สวัสดีครับ ผม นพ. ภูเบศร์ นากดี หรือหมอฟร้อง ผู้ก่อตั้ง Onewan Clinic วันวาน คลินิกความงาม บุรีรัมย์ วันนี้ผมอยากพูดถึงปัญหาหนึ่งที่คนไข้มาปรึกษาผมบ่อยที่สุดในคลินิก นั่นก็คือเรื่องของ “ใต้ตา” ครับ
ไม่ว่าจะเป็นใต้ตาคล้ำ ร่องตาลึก ตาโหล หรือถุงใต้ตาห้อย ปัญหาเหล่านี้ทำให้หน้าดูอ่อนเพลีย แก่กว่าวัยจริง และมีอาการ “หน้าโทรม” แม้จะนอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม
สิ่งที่คนไข้ส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ปัญหาใต้ตาหลายอย่างโดยเฉพาะ ร่องตาลึก ตาโหล และใต้ตาดำจากการสูญเสียปริมาตร สามารถแก้ไขได้ด้วย การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน รวดเร็ว และปลอดภัยมากกว่าที่หลายคนคิดครับ
บทความนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพราะผมเชื่อว่าคนไข้ที่มีข้อมูลดีจะตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุดครับ
สารบัญ ฟิลเลอร์ใต้ตา บุรีรัมย์
ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร
ฟิลเลอร์ใต้ตา (Under-Eye Filler / Tear Trough Filler) คือการฉีดสารเติมเต็มที่ทำจาก Hyaluronic Acid (HA) หรือกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายมนุษย์ผลิตเองได้ตามธรรมชาติ เข้าไปในบริเวณร่องใต้ตา (Tear Trough) เพื่อเพิ่มปริมาตรในจุดที่ขาดหายไปตามอายุ หรือจากพันธุกรรม
Hyaluronic Acid ได้รับการรับรองจาก อย. (FDA) ทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ว่าเป็นสารที่ปลอดภัย สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และหากเกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ แพทย์สามารถฉีดสาร Hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์ออกได้ทันที
กระบวนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้เวลาไม่นาน แต่ต้องอาศัย ความชำนาญของแพทย์อย่างมาก เพราะบริเวณใต้ตาเป็นโซนที่บอบบาง มีหลอดเลือดและเส้นประสาทอยู่หนาแน่น ผมจึงย้ำเสมอกับทุกคนที่มาปรึกษาว่า “เลือกแพทย์ให้ถูกต้อง สำคัญกว่าเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์” ครับ
ปัญหาใต้ตาคล้ำ เกิดมาจากอะไร
ในคลินิกของผมที่บุรีรัมย์ คนไข้มักเข้าใจว่าใต้ตาคล้ำเกิดจาก “นอนน้อย” เพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วสาเหตุมีหลายปัจจัยครับ ซึ่งการแก้ไขที่ถูกต้องต้องรู้ก่อนว่าปัญหาเกิดจากอะไร
สาเหตุหลักของใต้ตาคล้ำและร่องตาลึก ได้แก่:
1. การสูญเสียปริมาตรไขมันใต้ผิวหนัง (Volume Loss) เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบริเวณแก้มและใต้ตาจะค่อยๆ ลดลง ทำให้เกิดร่องลึก (Tear Trough Deformity) ที่ทำให้ตาดูโหลและมีเงาคล้ำ เหมือนตาโบ๋ลงไปในเบ้า ปัญหานี้ฟิลเลอร์แก้ไขได้ผลดีมากครับ
2. ผิวบางและหลอดเลือดโปร่ง (Vascular Hyperpigmentation) คนที่ผิวบางจะมองเห็นหลอดเลือดดำผ่านผิวหนัง ทำให้บริเวณใต้ตาดูเป็นสีม่วงน้ำเงิน ปัญหานี้ฟิลเลอร์ช่วยได้บางส่วนโดยเพิ่มปริมาตรให้ผิวหนา แต่อาจต้องร่วมกับการรักษาอื่นด้วย
3. เม็ดสีใต้ผิวหนังสะสม (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) เกิดจากการอักเสบสะสม อาการแพ้ ถูกแสงแดดบ่อยๆ หรือถูนัยน์ตาเป็นประจำ ทำให้เม็ดสี Melanin สะสมในบริเวณนั้น
4. พันธุกรรม (Genetics) บางคนมีโครงหน้าที่ทำให้ร่องตาลึกมาตั้งแต่กำเนิด แม้จะอายุน้อยและนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ก็ยังดูตาโหลอยู่
5. อาการบวมน้ำ (Puffiness / Edema) เกิดจากของเหลวสะสมใต้ตา มักเจอในคนที่กินเค็ม นอนดึก หรือมีปัญหาภูมิแพ้
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเรื่องอะไร ?
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาตอบโจทย์ปัญหาได้หลายอย่างครับ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตร ซึ่งเป็นต้นตอของความดูแก่และหน้าโทรม
ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้:
- ใต้ตาคล้ำ — เพิ่มความหนาของผิวใต้ตา ช่วยลดเงาที่เกิดจากร่องตาลึก ทำให้บริเวณใต้ตาดูสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ใต้ตาเหี่ยวย่น — เติมปริมาตรกลับคืน ทำให้ผิวใต้ตากระชับ เรียบเนียนขึ้น
- ตาโหล เบ้าลึก — แก้ไขได้ตรงจุด เพราะฟิลเลอร์เติมในส่วนที่ขาดหายไปโดยตรง
- ร่องตาลึก (Tear Trough) — ลบรอยร่องระหว่างใต้ตาและแก้ม ทำให้ใบหน้าดูมีมิติและอ่อนเยาว์
- หน้าโทรม ดูแก่กว่าวัย — บอกลาหน้าโทรม เติมมิติให้ใบหน้า ทำให้โดยรวมดูสดใสขึ้น
ผมมักบอกคนไข้ว่า “ดวงตาคือหน้าต่างของใบหน้า” เวลาใต้ตาดูดีขึ้น ความสดชื่นของใบหน้าทั้งหมดจะเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาดใจครับ
ใครเหมาะกับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่มีปัญหาต่อไปนี้ครับ
คนที่เหมาะสมกับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา:
- มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยรอบๆ ดวงตา — ทั้งริ้วรอยตื้นและลึก
- ใต้ตาดำ ขอบตาดำ หน้าโทรม ดูไม่สดใส — ที่เกิดจากร่องตาทำให้เกิดเงา
- ใต้ตาลึก ตาโหล หรือกระดูกยุบตัว — ต้องการเติมปริมาตรคืน
- ถุงใต้ตามีขนาดใหญ่ หย่อนคล้อย หน้ามีอายุ — บางกรณีฟิลเลอร์ช่วยลดการดูโดดเด่นของถุงใต้ตา
- มีปัญหาใต้ตาทางพันธุกรรม เป็นภูมิแพ้ — ที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลผิวทั่วไป
กลุ่มที่ควรงด หรือปรึกษาแพทย์ก่อน:
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้มีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยาละลายลิ่มเลือด
- ผู้มีการติดเชื้อ หรือมีแผลอักเสบบริเวณใต้ตา
- ผู้ที่แพ้ Hyaluronic Acid หรือ Lidocaine
ผมแนะนำเสมอว่าให้มาปรึกษาแพทย์ก่อนครับ เพราะบางกรณีที่คิดว่าเหมาะ อาจต้องรักษาด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย หรือบางกรณีที่คิดว่าไม่เหมาะ กลับได้ผลดีมากก็มี
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันเห็นผล
คำถามนี้ผมโดนถามทุกวันเลยครับ และคำตอบที่ทำให้คนไข้ยิ้มได้เลยคือ “เห็นผลทันทีหลังฉีดเสร็จ” ครับ
แต่ขอให้เข้าใจว่ามีสองช่วงของผลลัพธ์:
ช่วงที่ 1 (วันที่ 1–14): ผลเริ่มต้น แต่ยังมีบวมเล็กน้อย ฟิลเลอร์ยังไม่ settle ตัวเต็มที่ อาจดูเกินไปนิดหน่อยในช่วงแรก
ช่วงที่ 2 (หลัง 14 วัน): ฟิลเลอร์เข้าที่ ผิวหนังกลมกลืนกับสารที่ฉีด ได้ผลลัพธ์ที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติที่สุด
โดยสรุปคือ เห็นผลทันทีวันแรก แต่ผลที่ดีที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีด ครับ
ก่อนหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิว
ที่ Onewan Clinic บุรีรัมย์ของเรา ผมมีความภูมิใจมากกับผลลัพธ์ของคนไข้ครับ คนไข้ที่เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับผม ส่วนใหญ่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนใน 3 ด้าน:
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา:
- ร่องตาลึก (Tear Trough) หายไป ใบหน้าดูมีมิติขึ้น
- ใต้ตาสว่างขึ้น ลบเงาคล้ำที่เกิดจากร่องตา
- โดยรวมหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น สดชื่นขึ้น ดูเหมือนนอนหลับพักผ่อนเต็มที่
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปริมาณที่ฉีดในแต่ละบุคคล
Case จริงจากคลินิก: คนไข้สาวอายุ 28 ปี มีปัญหาร่องตาลึกมาตั้งแต่เด็ก เพราะพันธุกรรม ทำให้ดูอ่อนเพลียตลอดเวลา หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 cc ผ่านไป 2 สัปดาห์ คนรอบข้างถามว่า “นอนหลับดีขึ้นเหรอ หน้าสดใสมาก” ทั้งที่ไม่มีใครรู้เลยว่าฉีดฟิลเลอร์ — นี่คือผลลัพธ์ที่ธรรมชาติที่สุดที่ผมภูมิใจครับ
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี
คำถามนี้ผมโดนถามทุกวันเลยครับ และคำตอบที่ผมให้เสมอคือ “ยี่ห้อที่ดีที่สุด คือยี่ห้อที่เหมาะกับสภาพร่องตาของคุณที่สุด” ไม่ใช่ยี่ห้อที่แพงที่สุดหรือโฆษณามากที่สุด
ที่ Onewan Clinic เราคัดสรรเฉพาะฟิลเลอร์ที่ ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และผ่านมาตรฐานสากล ขอแนะนำแต่ละยี่ห้อที่เราใช้ให้ทราบครับ
Elasty
Elasty เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีใต้ จากบริษัท Huons Global ใช้เทคโนโลยี SHAPE Technology ในการผลิต Hyaluronic Acid ที่มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อเนียนละเอียด เหมาะกับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น รอบดวงตา
จุดเด่นสำหรับใต้ตา คือเนื้อ HA ไม่แข็งและกระจายตัวได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่บวมแข็งหลังฉีด เหมาะกับคนที่มีร่องตาตื้นถึงปานกลางครับ
Elravie
Elravie เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ ผลิตโดย Humedix ใช้เทคโนโลยี Reticulated HA (RHA) ที่เลียนแบบโครงสร้าง HA ในร่างกายมนุษย์ได้ใกล้เคียงที่สุด ทำให้กลมกลืนกับเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาได้ดีมาก
มีรุ่น Elravie Light ที่ผมนิยมใช้บริเวณใต้ตาเป็นพิเศษ เพราะเนื้อบาง เหมาะกับผิวบางบริเวณรอบดวงตา โอกาสเกิด Tyndall Effect (ผิวเป็นสีฟ้า) น้อยกว่าฟิลเลอร์เนื้อหนาครับ
Eptq
e.p.t.q. เป็นฟิลเลอร์พรีเมียมจากเกาหลีใต้ บริษัท Jetema มีเทคโนโลยี Optimized Cross-Linking ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง คงรูปได้ดี และสลายตัวช้ากว่าปกติ
รุ่นที่เหมาะกับใต้ตาคือ e.p.t.q. S100 เนื้อบางเบา และ S500 สำหรับร่องลึก ผมชอบยี่ห้อนี้เพราะเนื้อเจลนุ่ม ไม่แข็ง คนไข้มักรู้สึกสบายหลังฉีด และผลลัพธ์อยู่ได้นานดีครับ
Hyafilia
Hyafilia เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ บริษัท CGbio มีสองรุ่นหลักคือ Hyafilia Classic และ Hyafilia Fine โดยรุ่น Fine เหมาะกับบริเวณใต้ตาเป็นพิเศษ เพราะเนื้อบางเบามาก ความหนืดต่ำ
จุดเด่นคือราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่ายี่ห้อยุโรป แต่คุณภาพดี ผมมักแนะนำสำหรับคนไข้ที่ต้องการเริ่มต้นฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นครั้งแรก ยังไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เพราะหากต้องการสลายออกก็ทำได้ง่ายครับ
Juvederm
Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดย Allergan (AbbVie) ถือเป็นหนึ่งในยี่ห้อที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในโลก ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
รุ่นที่เหมาะกับฉีดใต้ตา ได้แก่ Juvederm Volbella และ Juvederm Volite เพราะเนื้อบางเบา เหมาะกับผิวบางรอบดวงตา ให้ความชุ่มชื้นสูง และกระจายตัวได้เป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 12–18 เดือน เป็นหนึ่งในยี่ห้อที่ผมชื่นชอบมากสำหรับโซนใต้ตาครับ
Lorient
Lorient เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ ผลิตโดย Coltene Korea ใช้เทคโนโลยี Mono Cross-Linking ที่ทำให้เนื้อเจลมีความสม่ำเสมอสูง กระจายตัวได้ดี ไม่เกิดก้อน
เหมาะกับการฉีดบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูงอย่างใต้ตา เพราะเนื้อฟิลเลอร์นุ่มและ integrate กับเนื้อเยื่อโดยรอบได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่สังเกตเห็นว่าฉีดมาครับ
neuramis
Neuramis เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ บริษัท Medytox ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ผลิตโบท็อกซ์ยี่ห้อ Innotox มีเทคโนโลยี SHAPE Cross-Linking ที่ให้เนื้อเจลมีความสม่ำเสมอสูง
รุ่น Neuramis Light เหมาะกับใต้ตาโดยเฉพาะ เพราะเนื้อบางเบา ความหนืดต่ำ ลดโอกาสเกิด Tyndall Effect ได้ดี เป็นหนึ่งในยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงมากในตลาดเกาหลี และมีผลการศึกษาทางคลินิกรับรองความปลอดภัยครับ
Restylane
Restylane เป็นฟิลเลอร์จากสวีเดน ผลิตโดย Galderma มีประวัติยาวนานกว่า 25 ปี และเป็นหนึ่งในฟิลเลอร์กลุ่มแรกที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในโลก
รุ่นที่เหมาะกับใต้ตา ได้แก่ Restylane Skinbooster (เน้นความชุ่มชื้น ปรับผิวพรรณ) และ Restylane-L (เติมปริมาตร แก้ร่องลึก) ผมใช้ Restylane มาตลอดหลายปี คุณภาพสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คาดเดาได้ดี อยู่ได้ 9–12 เดือนครับ
Revolax
Revolax เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ บริษัท Across ใช้เทคโนโลยี Monophasic Cross-Linked HA ที่ทำให้เนื้อเจลมีความสม่ำเสมอสูง
รุ่นที่เหมาะกับใต้ตาคือ Revolax Fine เนื้อบางเบาที่สุดในสายผลิตภัณฑ์ เหมาะกับบริเวณที่ผิวบาง อยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน จุดเด่นของ Revolax คือ ราคาคุ้มค่า คุณภาพดี เข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ดีในงบประมาณที่สมเหตุสมผลครับ
Ultra V
Ultra V เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ บริษัท Ultra V Co., Ltd. รู้จักกันดีในฐานะแบรนด์ที่ทำ Mono Thread (ไหมละลาย) แต่ฟิลเลอร์ Ultra V Hyal Filler ก็มีคุณภาพดีในระดับราคาที่เข้าถึงได้
เนื้อฟิลเลอร์บาง เหมาะกับบริเวณใต้ตาและริ้วรอยตื้น เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นหรือต้องการลองฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในงบประมาณไม่มากครับ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ซีซี
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับความลึกของร่องและสภาพโครงหน้าของแต่ละบุคคลครับ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 0.5–1 cc ต่อข้าง หรือ 1–2 cc รวมทั้งสองข้าง
แนวทางการประเมิน:
- ร่องตื้น / ริ้วรอยเล็กน้อย: 0.5–1 cc รวม
- ร่องลึกปานกลาง: 1–1.5 cc รวม
- ร่องลึกมาก / ตาโหลมาก: 1.5–2 cc รวม หรืออาจต้องทำเป็น Session
ผมไม่แนะนำให้ตัดสินใจด้วยตนเองในเรื่องนี้ครับ ต้องให้แพทย์ประเมินหน้าก่อนทุกครั้ง เพราะการฉีดมากเกินไปจะทำให้ดู “บวม” หรือผิดธรรมชาติ ในขณะที่น้อยเกินไปก็ไม่เห็นผล
ราคา ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บุรีรัมย์
ที่ Onewan Clinic บุรีรัมย์ เราใช้นโยบายราคาโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น คนไข้รู้ราคาก่อนตัดสินใจเสมอครับ
ราคาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ Onewan Clinic บุรีรัมย์:
| ยี่ห้อ | 1 CC | 2 CC |
|---|---|---|
| Ultra V Hyal Filler | 6,990 บาท | 12,990 บาท |
| Hyafilia | 7,990 บาท | 14,990 บาท |
| Revolax Fine | 9,990 บาท | 18,990 บาท |
| Restylane Skinbooster | 12,990 บาท | 25,800 บาท |
| Juvederm Volbella | 15,990 บาท | 29,990 บาท |
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันของคลินิก และปริมาณ CC ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
หมายเหตุ: ราคาที่ดีที่สุดคือราคาที่คุ้มค่า ไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด ผมแนะนำให้เปรียบเทียบคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชี่ยวชาญของแพทย์เสมอครับ
Filler ใต้ตา อยู่ได้นานแค่ไหน
คำถามนี้สำคัญมากสำหรับการวางแผนครับ ฟิลเลอร์ใต้ตาโดยทั่วไปจะอยู่ได้ 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
ปัจจัยที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น:
- เลือกยี่ห้อที่มี Cross-link สูง (เช่น Juvederm, Restylane)
- ดูแลผิวดี ไม่โดนแสงแดดมากเกินไป
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะ HA จับน้ำได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง ซาวน่า หรือออกกำลังกายหักโหม
ปัจจัยที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว:
- เมแทบอลิซึมสูง (คนอายุน้อย กินจุ ออกกำลังกายบ่อย)
- นวดบริเวณที่ฉีดแรงๆ
- โดนความร้อนสูงบ่อยๆ
- ใช้เอนไซม์ Hyaluronidase สลาย
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวมกี่วัน
นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนเตรียมใจไว้ครับ บริเวณใต้ตาเป็นโซนที่บวมง่ายที่สุดหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะผิวบางและมีของเหลวสะสมง่าย
Timeline การบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา:
- วันที่ 1–3: บวมมากที่สุด โดยเฉพาะเช้าตื่นนอน อาจมีรอยช้ำเล็กน้อย
- วันที่ 4–7: อาการบวมลดลงมาก เริ่มเห็นรูปร่างที่แท้จริง
- วันที่ 7–14: บวมหายเกือบหมด เริ่มเห็นผลลัพธ์จริง
- หลัง 14 วัน: ผลลัพธ์สมบูรณ์ ฟิลเลอร์ settle เต็มที่
เคล็ดลับลดบวมเร็วขึ้น:
- ประคบเย็นทันทีหลังฉีด 10–15 นาที
- นอนหมอนสูงในคืนแรก
- หลีกเลี่ยงก้มหัวบ่อยๆ ในวันแรก
- งดแอลกอฮอล์ 24–48 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำเปล่าให้มาก
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม
ความกังวลอันดับ 1 ของคนที่ยังไม่กล้าตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือกลัวเจ็บครับ ขอบอกตามตรงว่า “มีความรู้สึกอยู่บ้าง แต่ไม่เจ็บถึงกับทนไม่ได้”
ที่ Onewan Clinic ของผม ผมทาครีมชาก่อนฉีดอย่างน้อย 20–30 นาที และฟิลเลอร์ที่ผมเลือกใช้ส่วนใหญ่มี Lidocaine ผสมอยู่แล้ว ทำให้ระหว่างฉีด ความเจ็บปวดลดลงมากครับ
ระดับความเจ็บปวดตามประสบการณ์ของคนไข้:
- ส่วนใหญ่บอกว่า “รู้สึกแค่เข็มสัมผัส ไม่เจ็บมาก”
- บางคนบอกว่า “ระหว่างฉีดมีแสบนิดหน่อย หายเร็ว”
- น้อยมากที่รู้สึกเจ็บมาก ส่วนใหญ่มักมีความวิตกกังวลสูงทำให้ความรู้สึกแย่ลง
เทคนิคที่ผมใช้เพื่อลดความเจ็บ:
- ทาครีมชาก่อนฉีดนานพอ
- ใช้เข็มขนาดเล็ก (Fine Needle) หรือ Cannula แทนเข็มตรงในบางกรณี
- ฉีดช้าๆ อย่างระมัดระวัง ไม่รีบ
- พูดคุยให้คนไข้ผ่อนคลายระหว่างทำ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาปลอดภัยไหม
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญสูงสุดเสมอครับ ขอตอบตรงๆ ว่า “ปลอดภัยสูงมาก เมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ ด้วยผลิตภัณฑ์มาตรฐาน”
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (ส่วนใหญ่ชั่วคราว):
- บวม ช้ำ แดงบริเวณฉีด — หายได้เองภายใน 7–14 วัน
- รู้สึกตึง หรือก้อนเล็กน้อย — ปรับได้ด้วยการนวดเบาๆ หรือฉีดสลาย
ความเสี่ยงร้ายแรง (พบน้อยมาก แต่ต้องรู้):
- Vascular Occlusion (หลอดเลือดอุดตัน) — เป็นภาวะฉุกเฉินที่แพทย์ต้องรับมือได้ทันที โดยการฉีด Hyaluronidase สลายฟิลเลอร์
- Tyndall Effect — ฟิลเลอร์อยู่ตื้นเกินไป ทำให้ผิวดูเป็นสีฟ้า แก้ได้ด้วยการสลาย
- ติดเชื้อ — หากสถานที่ไม่ได้มาตรฐาน
ที่ Onewan Clinic เราดูแลความปลอดภัยด้วย:
- แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพ และผ่านการอบรมเฉพาะทาง
- แกะกล่องฟิลเลอร์หน้าคนไข้ทุกครั้ง (สามารถสแกน QR Code ตรวจสอบได้)
- มี Hyaluronidase สำรองพร้อมตลอดเวลา
- มีอุปกรณ์ฉุกเฉินพร้อมในคลินิก
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
กระบวนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ Onewan Clinic มี 4 ขั้นตอนหลักครับ:
ขั้นตอนที่ 1 — ปรึกษาและประเมินโดยแพทย์ แพทย์จะตรวจสอบสภาพร่องตา ประเมินความลึก และวางแผนตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม รวมถึงแนะนำยี่ห้อที่เหมาะกับแต่ละคน ใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที
ขั้นตอนที่ 2 — ทำความสะอาดและแปะยาชา ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะฉีด แล้วทาครีมชาทิ้งไว้ 20–30 นาที เพื่อลดความรู้สึกเจ็บปวดและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
ขั้นตอนที่ 3 — ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แพทย์ค่อยๆ เติมฟิลเลอร์ตามแนวใต้ตา ปรับทรงให้เรียบเนียน ตรวจดูความสมมาตรทั้งสองข้างตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 10–20 นาที
ขั้นตอนที่ 4 — ประคบเย็น และอธิบายการดูแลหลังฉีด ประคบเย็นเพื่อลดบวมและรอยช้ำ จากนั้นแพทย์อธิบายข้อควรปฏิบัติหลังฉีดอย่างละเอียด
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาปลอดภัยและได้ผลที่ดีที่สุด ผมแนะนำให้ทำตามนี้ครับ:
✅ งดวิตามิน ยาแก้ปวด ยาละลายลิ่มเลือด 3–7 วัน ก่อนฉีด (เช่น Aspirin, Ibuprofen, Vitamin E, Fish Oil, Omega-3) เพราะยาเหล่านี้ทำให้เลือดออกง่าย รอยช้ำจะมากขึ้น
✅ งดแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 24 ชั่วโมง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยาย เสี่ยงรอยช้ำมากขึ้น
✅ หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ เช่น โรคเลือด โรคภูมิแพ้ หรือยาที่ใช้ประจำ
✅ งดทำหัตถการรอบดวงตาก่อนฉีด เช่น เลเซอร์, HIFU, RF อย่างน้อย 2 สัปดาห์
✅ แต่งหน้าได้ แต่ควรเลี่ยงเครื่องสำอางหนาๆ เพราะจะต้องล้างออกก่อนฉีด
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผมให้คำแนะนำ 5 ข้อสำคัญแก่คนไข้ทุกรายครับ:
1. มีอาการบวมในจุดที่ฉีดเป็นปกติ — หลังฉีดควรงด นวด ออกกำลังกาย จะหายได้ใน 7–14 วัน
2. งดดื่มแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด — ยาแก้อักเสบ ลดบวม อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง
3. อยู่แต่ในที่อากาศเย็น — และหลีกเลี่ยงความร้อนนานๆ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ
4. หลีกเลี่ยงการลงเครื่องสำอางทันที — หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
5. ดื่มน้ำเยอะๆ — เพียงพอสำหรับร่างกาย จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น เพราะ HA จับน้ำ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี
ถ้าจะให้ผมแนะนำปัจจัยในการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผมจะบอกว่าต้องดู 5 สิ่งนี้ครับ:
- แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพและผ่านการอบรมเฉพาะทาง — ตรวจสอบได้จากสภาแพทย์ไทย
- คลินิกมีใบอนุญาตประกอบกิจการ — ถูกกฎหมาย มาตรฐานถูกต้อง
- ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ แกะกล่องหน้าคนไข้ — สามารถสแกน QR Code ตรวจสอบสินค้าได้
- มีผลงานจริง ก่อน-หลัง ให้ดู — ไม่ใช่แค่รูปจากอินเทอร์เน็ต
- มีบรรยากาศที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานทางการแพทย์ — ไม่ใช่ร้านเสริมสวยทั่วไป
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา Onewan Clinic
ผม นพ. ภูเบศร์ นากดี ขอรับประกันว่าที่ Onewan Clinic วันวานคลินิกความงามบุรีรัมย์ เราดูแลทุกอย่างด้วยมาตรฐานสูงสุดครับ
ทำไมถึงเลือก Onewan Clinic สำหรับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บุรีรัมย์:
- แพทย์เฉพาะทาง — ผมเป็นแพทย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพ ผ่านการอบรมด้านเวชศาสตร์ความงามโดยตรง
- ฟิลเลอร์ของแท้ 100% — แกะกล่องหน้าคนไข้ทุกครั้ง มั่นใจ แกะกล่อง สแกนได้ทุกเคส
- เทคนิคปลอดภัย — มี Hyaluronidase สำรองพร้อมตลอด ป้องกันภาวะฉุกเฉิน
- ผลงานจริง ไม่โฆษณาเกินจริง — มีรีวิวจากคนไข้จริงให้ดู
- ราคาโปร่งใส — บอกราคาก่อนทำเสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- บรรยากาศสะอาด ปลอดภัย — ได้มาตรฐานคลินิกความงามระดับพรีเมียมในบุรีรัมย์
รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา บุรีรัมย์ จากผู้ใช้บริการจริงที่ onewan
ทุกรีวิวมาจากคนไข้ที่เข้ารับบริการจริงกับหมอฟร้องที่คลินิกของเรา ตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษา เทคนิคการฉีด ไปจนถึงการดูแลหลังทำ ทีมงาน Onewan Clinic พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอนด้วยความใส่ใจ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ก่อนตัดสินใจครับ
ยอดเยี่ยม อ้างอิงจาก 324 บทวิจารณ์ โพสต์บน นฤเนตร หาชัยTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google บริการดี คลินิกสะอาด คุณหมอมือเบามาก🥰🥰โพสต์บน กัญญารัตน์ กันรัมย 19ขTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google บริการดีมากค่ะหมอมือเบามากก😍😍😊โพสต์บน สัมฤทธิ์ ชุกชุมTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google หมอมือเบา ดีค่ะโพสต์บน นิตยา โอสถTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google คุณหมอมือเบามากงับ พี่ๆพนักงานบริการดีมากงับ พูดเพราะด้วย ไว้รอบหน้าจะมาใช้บริการอย่างอื่นนะคะ แอร์เย็นฉ่ำ 🤣🫶โพสต์บน จันทร์จิรา ปัตตังทาเนTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google คุณหมอมือเบามากคะ♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️โพสต์บน รัศมี สอนสังTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google ดีมากค่ะโพสต์บน Teerada PisaivinaichayakunTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google มีการบริการดีค่ะ พนักงานน่ารักดีค่ะโพสต์บน Sunita ChanpetTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google คุณกมอมือเบา ฉีดปากสวยมากค่ะ คลินิกสะอาด พี่ๆพนักงานไม่ยัดคอร์ส ประทับใจค่ะโพสต์บน เพชรลดาTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google บริการดีมากค่ะ ไม่เจ็บเลย เป็นกันเองสุดๆโพสต์บน Juthathip OmcharamTrustindex ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของรีวิวคือ Google คุณหมอมือเบามาก พี่ๆพนักงานน่ารักทุกคนเลยค่ะ💝
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตา บุรีรัมย์
Q : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว สามารถสลายออกได้ไหม ?
A : ได้ครับ นี่คือจุดเด่นที่สำคัญมากของฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid เพราะสามารถฉีด Hyaluronidase สลายออกได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง ฉะนั้นถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นที่พึงพอใจ หรือเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการ แพทย์สามารถแก้ไขได้ ซึ่งต่างจากซิลิโคนหรือฟิลเลอร์ถาวรที่ไม่สามารถเอาออกได้ง่ายครับ
Q : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กับ ฉีดผิวขาว ทำพร้อมกันได้ไหม ?
A : ทำพร้อมกันได้ครับ แต่ผมมักแนะนำให้ทำทีละอย่างก่อน เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี และเพื่อดูผลลัพธ์ของแต่ละอย่างชัดเจน ในบางกรณีที่คนไข้มีเวลาจำกัด ผมอาจแนะนำให้ทำพร้อมกันได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ครับ
Q : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาครั้งแรก ต้องทำซ้ำบ่อยไหม ?
A : ไม่บ่อยมากครับ โดยเฉลี่ยจะทำซ้ำทุก 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกและสภาพร่างกาย บางคนฉีดครั้งแรกแล้วฟิลเลอร์อยู่ได้นานถึง 18 เดือนเลยก็มี ผมแนะนำให้มาตรวจติดตามผลหลัง 3 เดือนเพื่อดูว่าต้องเติมหรือเปล่าครับ
สรุปเรื่อง ฟิลเลอร์ใต้ตา บุรีรัมย์
ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหา ใต้ตาคล้ำ ร่องตาลึก ตาโหล หรือต้องการบอกลาหน้าโทรมที่ทำให้ดูอ่อนเพลียตลอดเวลา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือหนึ่งในตัวเลือกที่ผมแนะนำครับ
เป็นหัตถการที่ รวดเร็ว ปลอดภัย เห็นผลจริง และที่สำคัญ แก้ไขได้ หากผลลัพธ์ไม่เป็นที่พึงพอใจ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากให้ทุกคนจำไว้คือ “ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ” เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน เลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และอย่าตัดสินใจเพียงเพราะราคาถูกที่สุดครับ
สำหรับใครที่อยู่ใน บุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง และสนใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผมยินดีให้คำปรึกษาฟรีก่อนเสมอครับ มาคุยกับผมได้เลย แล้วเราจะวางแผนการรักษาที่ตรงกับความต้องการของคุณที่สุดด้วยกันครับ
เอกสารอ้างอิง
- American Society of Plastic Surgeons (ASPS) — Dermal Fillers Safety Guidelines https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/dermal-fillers/safety
Aesthetic Surgery Journal — Tear Trough Filler: Clinical Review ใช้บทความ Management of Tear Trough with Hyaluronic Acid Fillers: A Clinical-Practice Dual Approach ตีพิมพ์ใน Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology (Dove Press) 🔗 https://www.dovepress.com/management-of-tear-trough-with-hyaluronic-acid-fillers-a-clinical-prac-peer-reviewed-fulltext-article-CCID
และ Long-Term Effects of TT-HA Filler (J Clin Aesthet Dermatol, 2025) https://jcadonline.com/long-term-effects-of-tear-trough-hyaluronic-acid-filler-a-retrospective-study/
- JAAD — Periorbital Rejuvenation with Hyaluronic Acid Park KY et al. Hyaluronic acid filler combining with antioxidants for infraorbital rejuvenation. JAAD 2017;76(6):AB159 https://doi.org/10.1016/j.jaad.2017.04.619
- FDA.gov — Dermal Fillers (Soft Tissue Fillers) https://www.fda.gov/medical-devices/aesthetic-cosmetic-devices/fda-approved-dermal-fillers
ผู้เขียน นพ. ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง)
ผู้ก่อตั้ง Onewan Clinic บุรีรัมย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความงามด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ดูแลและดำเนินการด้านการรักษาความงามครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นฉีดเมโสหน้าใส ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ เลเซอร์ หรือการรักษาความงามอื่นๆ