เลเซอร์ผิว หน้าใส เหมาะกับใคร ฝ้า กระ รูขุมขน หลุมสิว เครื่องเลเซอร์ไหนดีที่สุด ?

เลเซอร์ผิว

เลเซอร์ผิวเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ลำแสงเลเซอร์เข้มข้นเพื่อปรับปรุงลักษณะของผิว วิธีการนี้ช่วยแก้ไขปัญหา เช่น ฝ้า จุดด่างดำ หลุมสิว ริ้วรอย และความหย่อนของผิว โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน

บทความนี้จะอธิบายประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ ขั้นตอนการรักษา ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และสิ่งสำคัญคือวิธีดูแลตัวเองหลังการรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ที่ Onewan Clinic วันวาน คลินิกความงามบุรีรัมย์ เรามีเลเซอร์หลายประเภท (Discovery PICO, Nd:YAG, IPL, Diode Laser) และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ

สารบัญ เลเซอร์ผิว

เลเซอร์หน้าใสคืออะไร ?

เลเซอร์หน้าใสคืออะไร ?

เลเซอร์ผิว (Laser Skin Treatment) เป็นเทคโนโลยีการรักษาผิวทางการแพทย์ที่ใช้ลำแสงเลเซอร์ความเข้มสูงเพื่อปรับปรุงลักษณะและคุณภาพของผิวหน้า การรักษาแบบนี้ทำงานโดยส่งพลังงานแสงลงไปที่ชั้นต่างๆ ของผิว ซึ่งถูกดูดซึมโดยโมเลกุลต่างๆ ในเนื้อเยื่อผิว เช่น เมลานิน (สีของผิว) และน้ำ

กลไกการทำงานของเลเซอร์ผิวมาจากหลักการ Selective Photothermolysis ซึ่งหมายความว่าแสงจากเลเซอร์จะเลือกโจมตีเป้าหมายเฉพาะ (chromophore) ในเนื้อเยื่อผิวเท่านั้น โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ เสียหาย การออกแบบแบบนี้ช่วยให้การรักษามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลักการทำงานในระดับลึกคือ เมื่อแสงเลเซอร์เข้าไปในผิว มันจะทำให้เกิดความร้อนที่ควบคุมได้ ซึ่งสามารถ :

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ในชั้นเดอร์มิส (ชั้นลึกของผิว) ซึ่งช่วยให้ผิวแน่นและยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทำลายเซลล์ชื่อว่า melanocytes และ fibroblasts ที่มีสีเข้ม ทำให้จุดด่างดำและฝ้าหายไป

เลเซอร์ผิว ช่วยเรื่องอะไร?

เลเซอร์ผิวสามารถแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย ตั้งแต่ปัญหาด้านสี ปัญหาด้านเนื้อเยื่อ และการยืดหยุ่นของผิว:

ปัญหาด้านสี (Pigmentation)

  • ฝ้า (Melasma): จุดสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้มที่โตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการสะสมเมลานิน
  • จุดด่างดำ (Age Spots/Solar Lentigines): เกิดจากแสงแดดสะสมนานปีมาแล้ว
  • เครื่องหมายแนวเกิด (Nevi): รอยสีดำหรือสีน้ำตาลที่มีมาตั้งแต่เกิด

ปัญหาด้านเนื้อเยื่อ

  • ริ้วรอยและเส้นแยกหน้า: ช่วยชะลอความลึกและเนูนออก
  • หลุมสิว (Acne Scars): แบบเพื่อลดลักษณะของหลุมและเนิน
  • รอยแตกลาย (Stretch Marks): ช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์ที่บาง ลดความเห็นชัด

ปัญหาด้านความแน่นของผิว

  • ความหย่อนของผิว (Skin Laxity): ช่วยเดินสายคอ หน้า และบริเวณอื่นๆ ที่ผิวเริ่มคล้อย
  • ขนาดของรูขุมขน: การรักษาช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง

ปัญหาความหยาบของผิว

  • ผิวหยาบหรือรุกแรง: ช่วยปรับปรุงความเรียบเนียนและเงาวาวของผิว
  • การเสื่อมสภาพของผิวจากแสงแดด (Photodamage): คืนความสุขใจให้ผิวที่ถูกสูดแสงมานาน

เลเซอร์ผิวเหมาะกับใครบ้าง

เลเซอร์ผิวเป็นวิธีการรักษาที่มีความยืดหยุ่นสูง เพราะมีเครื่องมือหลากหลายสำหรับคนที่มีลักษณะผิวต่างกัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดหรือควรพิจารณาการรักษาได้แก่:

ผู้ที่มีปัญหาผิวต่อไปนี้ :

  • ผู้ที่มีฝ้า จุดด่างดำ หรือปัญหาด้านสีของผิว
  • ผู้ที่มีริ้วรอยและเส้นบ้วน อยากให้ผิวดูเนียนลื่นมากขึ้น
  • ผู้ที่มีหลุมสิวหรือรอยแตกลาย
  • ผู้ที่ผิวเริ่มหย่อน อยากให้ผิวแน่นขึ้น
  • ผู้ที่อยากปรับปรุงเนื้อเยื่อและสีเนื้อผิวโดยทั่วไป

การเลเซอร์ผิว มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร?

แม้ว่าทั้ง เลเซอร์ผิว และ เลเซอร์ขน ต่างก็ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ แต่วัตถุประสงค์ และกลไกการทำงานของพวกเขาแตกต่างกันอย่างมาก

ข้อดีของการทำเลเซอร์หน้าผิว

  • ความปลอดภัยสูง
    • เป็นวิธีการที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานสุขภาพทั่วโลก (FDA)
    • ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราวและแก้ได้ไม่ยาก
    • เทคโนโลยีใหม่ๆ มีระบบคูลลิ่งที่ดีกว่า ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการไหม้ได้
  • ประสิทธิภาพสูงและมองเห็นได้ชัดเจน
    • ผลลัพธ์ปรากฏเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับจุดด่างดำและฝ้า
    • เลเซอร์ Picosecond แสดงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการขจัดปัญหาสีเมื่อเทียบกับเลเซอร์รุ่นเก่า
    • ผิวหยาบ รูขุมขน และริ้วรอยปรับปรุงได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • เวลาหายตัวสั้น
    • เลเซอร์แบบ non-ablative (ไม่เอาชั้นผิวออก) มีเวลาหายตัวเพียงไม่กี่ชั่วโมง
    • สามารถกลับไปทำงานได้ทันทีหลังการรักษา (สำหรับวิธีบางแบบ)
    • เวลาหายตัวสั้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดหรือวิธีการอื่นๆ
  • สามารถทำได้ตลอดปี
    • วิธีการบางแบบสามารถทำในฤดูใดก็ได้
    • ไม่ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดมากเท่านักในช่วงฤดูร้อน (อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการป้องกัน)
  • ปรับแต่งได้อย่างแม่นยำ
    • แพทย์สามารถปรับพลังงาน ความถี่พัลส์ และพื้นที่การรักษา
    • เหมาะกับคนที่มีประเภทผิวและปัญหาต่างๆ กัน
  • ผลลัพธ์ยังคงเพิ่มขึ้นตามเวลา
    • ภายหลังการรักษา ผิวจะสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
    • ผลลัพธ์ดีที่สุดมักจะเห็นได้หลังจาก 2-3 เดือน ไม่ใช่ทันทีหลังการรักษา

ข้อเสียของการทำเลเซอร์หน้าผิว

  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
    • ความแดง (Erythema): ปกติจะหายไปภายใน 24-48 ชั่วโมง แต่ในบางคนอาจยาวนาน
    • บวม (Edema): อาจเกิด 24-48 ชั่วโมงแรก
    • คัน: ผิวอาจคันในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
    • ปล้อง (Crusting): สำหรับเลเซอร์บางแบบ
  • โอกาสเกิดปัญหาหนังคล้ายอีแหนบ (Hyperpigmentation)
    • โดยเฉพาะในผิวที่มีสีเข้มหรือมีประวัติบาดแผลอักเสบ
    • อาจคงอยู่สำหรับสหส่วน (ทั่วไป 1-3 เดือน)
  • โอกาสเกิดปัญหาหนังคล้ายถูกฟอก (Hypopigmentation)
    • ผิวบริเวณที่รักษาอาจจะอ่อนลงชั่วคราว
    • ในผู้ที่มีสีผิวเข้ม อาจเห็นได้ชัดกว่า
  • ต้องทำหลายครั้ง
    • ผลลัพธ์ที่ดีต้องการการรักษาซ้ำหลายครั้ง (โดยปกติ 4-6 ครั้ง)
    • อาจต้องใช้เวลา 2-3 เดือนจึงเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์
  • ต้องการการดูแลหลังการรักษาที่ดี
    • ต้องป้องกันแสงแดด ใช้ SPF 50+ พูบตลอด
    • อาจต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง ผลิตภัณฑ์บางอย่างตามอำเภอใจ
  • อาจไม่เหมาะกับทุกคน
    • คนตั้งครรภ์ คนที่กินยาบางชนิด หรือมีสภาวะสุขภาพบางอย่าง ไม่ควรทำเลเซอร์
    • ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็น (keloid) ควรระวัง
  • ราคาค่อนข้างสูง
    • นี่ไม่ใช่วิธีการใช้ครั้งเดียว ต้องการการลงทุนในการรักษาหลายครั้ง
    • ยังต้องมีการบำรุงรักษาในระยะยาว
  • ความหลากหลายของผลลัพธ์
    • ผลลัพธ์อาจแตกต่างไปตามประเภทผิว ความหนา ประวัติการเสียหาย และเนื้อหาพันธุกรรม

เลเซอร์หน้าใส-มีกี่แบบ?

เลเซอร์หน้า มีกี่แบบ

มีเลเซอร์หลายประเภทที่ใช้สำหรับการรักษาผิว แต่ละแบบมีลักษณะและการใช้งานที่ต่างกัน Discovery PICO (Picosecond Laser) และ Nd:YAG Laser ต่างกันอย่างไร

Discovery PICO (Picosecond Laser)

Discovery PICO เป็นเลเซอร์ Picosecond รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ปล่อยแสงในช่วงเวลา picoseconds (หนึ่งส่วนล้านของนาที) ซึ่งสั้นกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า (nanoseconds) ถึง 1,000 เท่า

ความพิเศษ:

  • ใช้เทคโนโลยี Laser-Induced Optical Breakdown (LIOB) ซึ่งสร้างคลื่นกระแทก (shock waves) ในผิว แทนที่จะพึ่งพาความร้อนเพียงอย่างเดียว
  • มีประสิทธิภาพสูงในการตัดแอสเตลตี้ (ปัญหาสี) โดยมีอันตรายน้อยต่อเนื้อเยื่อรอบๆ
  • การหายตัวเร็วกว่า เพราะความร้อนน้อยลง
  • มี หลายความยาวคลื่น (wavelengths) เช่น 532 nm, 1064 nm เพื่อรักษาปัญหาต่างๆ

เหมาะสำหรับ:

  • ตัดจุดด่างดำ ฝ้า
  • ลบรอยสัก
  • ปรับปรุงเนื้อเยื่อ หลุมสิว
  • ใช้ได้ในผิวมืดทั้งผิวมืดและอ่อน

จำนวนครั้ง: ปกติ 3-4 ครั้ง (น้อยกว่าเลเซอร์แบบเก่า)

ระยะห่างระหว่างครั้ง: 2-4 สัปดาห์

Nd:YAG Laser

Nd:YAG (Neodymium-doped Yttrium Aluminum Garnet) Laser เป็นเลเซอร์ที่ปล่อยแสงที่ความยาวคลื่น 1064 nanometers (nm) ซึ่งเข้าไปลึกในผิวได้มากกว่าเลเซอร์อื่นๆ หลักการทำงานเป็นการใช้ความร้อนที่ควบคุมได้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและแก้ไขปัญหาผิวแบบต่างๆ แม้ว่าจะเข้าไปลึก แต่ก็มีความปลอดภัยสูงต่อผิวมืด เพราะความดูดซึมของเมลานินนั้นลดลงที่ความยาวคลื่นนี้

ความพิเศษ

  • ความลึกของการรักษา: เข้าไปในชั้น dermis และ subcutaneous tissue ได้ลึก ทำให้สามารถรักษาปัญหาที่ลึกลงไปได้
  • ปลอดภัยสำหรับผิวมืด: แตกต่างจากเลเซอร์ความยาวคลื่นอื่น Nd:YAG Laser มีความเสี่ยงต่อ hyperpigmentation (ผิวจำหมดลงชั่วคราว) น้อยกว่ามาก ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมืดหรือสีหนึ่ง
  • ระบบเลือดเดิม: ตัดแขนงเลือด (vascular lesions) ได้ดี ดึงจุดแดงและเส้นเลือดออกมาได้
  • หลายการใช้งาน: นอกจากปรับปรุงผิวทั่วไป ยังใช้สำหรับเลเซอร์ขนแบบลำแสงลึก หลุมสิว ริ้วรอย และแม้แต่เนื้องอก (benign lesions)
  • เวลาหายตัวสั้น: เนื่องจากใช้ความร้อนแบบควบคุมได้ เวลาหายตัวก็ค่อนข้างสั้น ผู้รับการรักษาสามารถกลับไปทำงานได้ทั่วไปในไม่กี่ชั่วโมง (สำหรับเคส mild ถึง moderate)

เหมาะสำหรับ

  • ผิวมืด (Type IV-VI): ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีผิวเข้ม
  • หลุมสิวและรอยเหงื่อจาก: การรักษาแบบปลอดโปรแกรม ลดรูขุมขนและปรับปรุงเนื้อเยื่อ
  • ริ้วรอยและความหย่อนของผิว: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อแน่นตึกผิว
  • เส้นเลือดแดง (Rosacea, Telangiectasia): ตัดแขนงเลือดที่โผล่ออกมา
  • รอยจากการบาดเจอ: ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของรอย
  • การเลเซอร์ขนแบบวิธี: ลบขนที่มีเมลานินสูง เช่น ขนดำขนน้ำตาล ได้ดี
  • ผู้ที่มีปัญหาความไวสูง: Nd:YAG Laser เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีประวัติ hyperpigmentation หลังการรักษาด้วยเลเซอร์อื่นๆ

จำนวนครั้ง

ปกติ 4-6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและการตอบสนองต่อการรักษา ผู้ที่มีปัญหาลึก (เช่น หลุมสิวร้ายแรง) อาจต้องการจำนวนครั้งมากขึ้น

ระยะห่างระหว่างครั้ง

ปกติ 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและอารมณ์ของผิว หลังการรักษา

ประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิว

เลเซอร์ผิวมีหลายประเภท แต่ละชนิดมีความยาวคลื่นและลักษณะการทำงานต่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาผิวต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมนั้นสำคัญมากต่อผลลัพธ์ที่ดี

Discovery Pico

เลเซอร์ Picosecond รุ่นล่าสุด ปล่อยแสงในช่วงเวลา 1 ส่วนล้านของนาที ช่วยลบปัญหาสี และกระตุ้นคอลลาเจน

ความพิเศษ:

  • ใช้เทคโนโลยี Shock waves แทนเพียงความร้อน
  • ความร้อนน้อย → หายตัวเร็วกว่า
  • มีหลายความยาวคลื่น (532 nm, 1064 nm)
  • ปลอดภัยต่อผิวมืด

เหมาะสำหรับ: ฝ้า จุดด่างดำ ลบรอยสัก หลุมสิว ผิวมืด

จำนวนครั้ง: 3-4 ครั้ง | ระยะห่าง: 2-4 สัปดาห์

pulse dye laser

คืออะไร: เลเซอร์ที่ปล่อยแสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 595 nm ดูดซึมโดยเม็ดเลือดและ hemoglobin ได้ดี

ความพิเศษ:

  • โจมตี blood vessels ได้อย่างแม่นยำ
  • ใช้สำหรับปัญหาเส้นเลือด
  • ความปลอดภัยสูง
  • ผลข้างเคียงน้อย

เหมาะสำหรับ: เส้นเลือดแดง (Rosacea) ตุ่มแดง ลบรอยแตกลาย ผิวแดง

จำนวนครั้ง: 3-5 ครั้ง | ระยะห่าง: 4-6 สัปดาห์

เลเซอร์ปาน

เลเซอร์แบบบรอดแบนด์ ปล่อยแสงหลายความยาวคลื่นพร้อมกัน สามารถรักษาปัญหาผิวหลากหลายได้

ความพิเศษ:

  • ปัญหาเดียวโจมตีหลายเป้าหมาย (สี เส้นเลือด รูขุมขน)
  • เหมาะสำหรับ photoaging และรอยแดง
  • ผลข้างเคียงน้อย
  • ปลอดภัยสำหรับผิวหลากหลาย

เหมาะสำหรับ: จุดด่างดำ ฝ้า เส้นเลือด ผิวหยาบ ริ้วรอย

จำนวนครั้ง: 4-6 ครั้ง | ระยะห่าง: 3-4 สัปดาห์

เลเซอร์ลบรอยสัก

เลเซอร์ที่ปล่อยแสงสั้นมากๆ ใช้เศษส่วนหนึ่งของนาโนวินาที เหมาะสำหรับลบสีที่สะสมในผิว

ความพิเศษ:

  • ดูดซึมได้ดีต่อ melanin และสีต่างๆ ของรอยสัก
  • ความร้อนสูง แต่เวลาสั้น
  • หลายสี → ต้องใช้หลายครั้ง
  • อาจมี hyperpigmentation ชั่วคราว

เหมาะสำหรับ: รอยสัก (ดำ น้ำตาล แดง) เครื่องหมายแนวเกิด

จำนวนครั้ง: 5-10 ครั้ง (ขึ้นกับสี) | ระยะห่าง: 6-8 สัปดาห์

เลเซอร์ฝ้า/กระ

เลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อทำลาย melanin ในเซลล์สีของผิว ช่วยลบและลดฝ้า จุดด่างดำ

ความพิเศษ:

  • ไปถึงชั้นลึก (dermis)
  • ใช้เทคโนโลยี selective photothermolysis
  • ความเสี่ยง hyperpigmentation ต่ำ (ในผิวมืด)
  • กระตุ้นคอลลาเจน

เหมาะสำหรับ: ฝ้า (melasma) จุดด่างดำ เครื่องหมายแนวเกิด ผิวมืด

จำนวนครั้ง: 4-6 ครั้ง | ระยะห่าง: 3-4 สัปดาห์

เลเซอร์รูขุมขน/หลุมสิว

เลเซอร์ที่ปล่อยแสงในระยะยาว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดรูขุมขน ปรับปรุงหลุมสิว

ความพิเศษ:

  • Fractional mode → เข้าไปลึก แต่ไม่เอาผิวออก
  • กระตุ้น fibroblast ได้ดี
  • ผลข้างเคียงน้อย
  • เหมาะผิวมืด

เหมาะสำหรับ: หลุมสิว รูขุมขนขยาย ริ้วรอย ความหย่อนของผิว

จำนวนครั้ง: 4-6 ครั้ง | ระยะห่าง: 3-4 สัปดาห์

เลเซอร์รอยแตกลาย

เลเซอร์ที่ทำให้เกิด micro-injuries ตามแนว ของรอยแตกลาย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผิวใหม่

ความพิเศษ:

  • Fractional delivery → เข้าลึก แต่เซลล์รอบโปรแกรม
  • ช่วยลดมาร์ก ลดความเห็นชัด
  • ใช้ได้เมื่อรอยแตกลายใหม่ หรือเก่า
  • เวลาหายตัวเร็ว (non-ablative)

เหมาะสำหรับ: รอยแตกลายขาว (ขาด ท้อง หน้าแข้ง) รอยแตกลายแดง

จำนวนครั้ง: 4-8 ครั้ง | ระยะห่าง: 2-4 สัปดาห์

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ผิว

การรักษาด้วยเลเซอร์ผิวโดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้:

ขั้นตอนที่ 1: การปรึกษาหารือเบื้องต้น

  • แพทย์จะตรวจสอบสภาพผิวของคุณ ถามปัญหา ความคาดหวัง และประวัติการแพ้
  • พูดถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสม คาดหวัง ผลข้างเคียง และราคา
  • ทำการทดสอบ (patch test) เพื่อดูว่าผิวตอบสนองต่อเลเซอร์อย่างไร

ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดผิว

  • พยาบาลจะล้างหน้า นำออกสารประกอบ เสื้อผ้า อาหารฟัน ยา และ sunscreen
  • ทำความเย็นผิว ปกป้องตาด้วยแว่นนิรภัย

ขั้นตอนที่ 3: การทำเลเซอร์

  • แพทย์จะเลือกพารามิเตอร์เลเซอร์ (พลังงาน, ความถี่พัลส์, ขนาดเสิร์จ) ตามปัญหาผิว
  • ส่งลำแสงเลเซอร์ไปยังพื้นที่ที่ต้องการรักษา
  • ผิวอาจเกิดความเหลือบแวบ ความรู้สึกร้อนอ่อน หรือการดำเนินการสั้นๆ เจ็บปวด
  • อาจใช้สต์อนซ์ (strontium) หรือผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนเพื่อเพิ่มความสบายสำหรับคนบางคน

ขั้นตอนที่ 4: การเย็นลงหลังการรักษา

  • ใช้น้ำเสลดเย็น (ice pack) หรือผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนเพื่อลดความแดง บวม
  • อาจใช้สารยา (steroid) ที่มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ

ขั้นตอนที่ 5: การดูแลหลังการรักษา

  • ดูแลตามคำแนะนำของแพทย์พอดี รวมทั้งการใช้ยา ผลิตภัณฑ์บำรุง และการป้องกันแสงแดด

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนทำเลเซอร์หน้าใส

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนทำเลเซอร์หน้าใส

1. ปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ

ปรึกษาแพทย์ 1-2 สัปดาห์ก่อน เพื่อตรวจสอบเลเซอร์ที่เหมาะสม บอกประวัติสุขภาพ ยา และคาดหวังผลลัพธ์ที่สมจริง

2. หยุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

หยุด Retinoid, AHA/BHA, Vitamin C ก่อน 3-7 วัน เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง แดง หรือเสียหาย ใช้เพียงโลชั่นอ่อนๆ แทน

3. ล้างหน้าสะอาด

ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น สบู่อ่อน ให้สะอาดหมดจด ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่ต้องใช้ sunscreen ในวันการรักษา

4. ป้องกันแดด SPF 50+

ใช้ครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์ก่อน เพื่อไม่ให้ผิวมืด ซึ่งอาจส่งผลต่อผลลัพธ์เลเซอร์

5. งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์

งดสูบบุหรี่ 1-2 สัปดาห์ก่อน และงดแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์ เพราะทั้งสองลดการไหลเวียนเลือด ทำให้หายตัวช้า

6. นอนหลับเพียงพอ และใจเย็นๆ

นอน 7-8 ชั่วโมงก่อนการรักษา ผ่อนคลาย ยอมรับว่าผลลัพธ์ต้องใช้เวลา 2-3 เดือน ไม่คาดหวังมากเกินไป

หลังทำเลเซอร์หน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำเลเซอร์หน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไร

1. ทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++

ทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทุกวันเป็นประจำเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกันแสงแดดจากทำให้ผิวมืด

2. หลีกเลี่ยงแสงแดด

หลีกเลี่ยงอยู่แดดแรง ตากแดด หรือออกนอกบ้านต่ออาทิตย์ 2 สัปดาห์แรก ควรอยู่แล่นหรือใช้ร่ม หมวก แว่นตา

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้า

อย่าขยี้ เกา ดู หรือสัมผัสบริเวณหน้าที่รับการรักษา เพราะอาจเกิดการอักเสบ แดง หรือแผลเป็น

4. งดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

งดใช้ AHA, BHA, วิตามิน C, และวิตามิน A อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง แดง หรือระคายเคือง

5. ล้างหน้าอ่อนโยน

ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น สบู่อ่อนๆ อย่าขัดหรือนวดหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดแดงและอักเสบ ให้แห้งตัวอย่างอ่อนโยน

6. เติมความชุ่มชื้น

ใช้โลชั่น เจล หรือครีมบำรุงที่อ่อนโยน สม่ำเสบอหลัง 2-3 ครั้งต่อวัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ลดการแห้ง

การทำเลเซอร์ผิวอันตรายหรือไม่?

การทำเลเซอร์ผิว เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยโดยทั่วไป เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวัง:

ความปลอดภัยหลัก

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจะหายไปเอง :

  • ความแดง (Erythema): หายใน 24-72 ชั่วโมง
  • บวม (Edema): หายใน 3-5 วัน
  • คัน (Itching): หายเองในไม่กี่วัน

การประเมินความปลอดภัย :

  • เลเซอร์ Picosecond สูงการหายตัว อ่อนกว่า เลเซอร์เก่า ช่วยให้ลดอันตรายต่อสิ่งรอบขาง
  • อุปกรณ์มีระบบ cooling ที่ดี ช่วยป้องกันการไหม้
  • แพทย์สามารถปรับพลังงาน และเหล่าพารามิเตอร์เพื่อลดความเสี่ยง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำเลเซอร์ผิว

ผลข้างเคียงทั่วไป (ชั่วคราว)

  1. Erythema (ความแดง)
    • เมื่อไร: ทันทีหลังการรักษา
    • ยังคงอยู่: 24-72 ชั่วโมง (บางครั้ง 1-2 สัปดาห์)
    • การรักษา: ใช้ ice pack ครีม soothing (aloe vera, cica)
  2. Edema (การบวม)
    • เมื่อไร: ภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังการรักษา
    • ยังคงอยู่: 3-7 วัน
    • การรักษา: นอนหัวสูง ใช้ ice pack ลดการออกกำลังกาย
  3. Pruritus (การคัน)
    • เมื่อไร: 2-24 ชั่วโมงหลังการรักษา
    • ยังคงอยู่: 1-2 วัน
    • การรักษา: ใช้ moisturizer หลีกเลี่ยงการลาด ถ้าคันมาก ใช้ยา antihistamine
  4. Crusting/Peeling (ปล้องและลอก)
    • เมื่อไร: วันที่ 3-5 (สำหรับ ablative laser)
    • ยังคงอยู่: 5-14 วัน
    • การรักษา: ใช้ moisturizer เพียงพอ อย่า peel ด้วยมือ ใช้ gentle touch

เลเซอร์ผิว กี่ครั้งเห็นผล?

ผลลัพธ์ของเลเซอร์ผิวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และแต่ละคนจะเห็นผลต่างกัน:

ผลลัพธ์เบื้องต้น

  • หลังครั้งแรก: บางคน เห็นการปรับปรุงเบื้องต้นทันที (ผิวดูสดใจ) แต่นี่คือผลจากความบวม inflammation ชั่วคราว
  • หลัง 1-2 สัปดาห์: ผลลัพธ์เบื้องต้นชัดเจน (โดยเฉพาะจุดด่างดำหรือฝ้า)

ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจน (ระยะกลาง)

  • หลัง 3-4 ครั้ง: ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น (ผิวดูนุ่ม เรียบ สีสม่ำเสมอ)
  • ระยะเวลา: ขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างการรักษา (ปกติ 3-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ดังนั้น 3-4 เดือน)

ผลลัพธ์สูงสุด

  • หลังจากแสนกำลังจะจบการรักษา (4-6 ครั้ง): เห็นผลสูงสุด
  • 2-3 เดือนหลังจากการรักษาครั้งสุดท้าย: ผลลัพธ์จะปรับปรุงต่อเนื่อง (ผลจากการสร้างคอลลาเจนใหม่)

เลเซอร์ผิว ที่ไหนดี ?

อยากทำเลเซอร์ผิวแต่ไม่รู้จะเลือกคลินิกยังไงดี? เข้าใจเลยค่ะ เพราะเลเซอร์เป็นหัตถการที่ต้องใช้ความชำนาญสูง ถ้าเลือกผิดที่อาจเสี่ยงทั้งผิวไหม้ เป็นรอยด่าง หรือไม่ได้ผลอย่างที่หวัง ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ก่อนตัดสินใจนะคะ

คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง — ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข สังเกตได้จากใบอนุญาตที่ติดไว้หน้าคลินิก หรือขอดูได้เลย

แพทย์มีความเชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ — ควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเลเซอร์ผิวหนังโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่เรียนมาผ่านๆ แล้วเปิดให้บริการ

ใช้เครื่องเลเซอร์ของแท้ — เครื่องต้องเป็นของแท้จากบริษัทหลัก ได้รับการรับรองมาตรฐาน ไม่ใช่เครื่องก๊อปหรือเครื่องมือสอง

มี Certificate หรือผ่านการอบรม — แพทย์ควรมีใบรับรองการอบรมเฉพาะทางจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ

เครื่องมือและอุปกรณ์ครบครัน — คลินิกมีเครื่องมือพร้อม สะอาด และได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

มีผลงาน Before & After ชัดเจน — รูปผลงานควรเป็นภาพจริงจากคนไข้ของคลินิก ไม่ใช่รูปจากอินเทอร์เน็ต

อธิบายขั้นตอนและดูแลหลังทำ — บอกได้ว่าจะทำอะไร ใช้เวลานานแค่ไหน ต้องดูแลตัวเองยังไง และมีการนัดติดตามผล

เลเซอร์ผิว ที่ Onewan Clinic ดีอย่างไร ?

ที่ Onewan Clinic เราให้ความสำคัญกับการเลเซอร์ผิวอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์จริง นพ. ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง) ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง เพื่อให้ทุกคนที่มาใช้บริการกลับไปพร้อมผิวที่ดีขึ้นและความมั่นใจ

คุณหมอดูแลและยิงเลเซอร์เอง — ไม่ปล่อยให้พนักงานทำแทนในขั้นตอนสำคัญ หมอฟร้องยิงเลเซอร์ให้ทุกเคส มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย

ใช้เครื่องเลเซอร์ของแท้ มาตรฐานสากล — เครื่องที่ใช้เป็นของแท้จากบริษัทหลัก ผ่านการรับรอง อย. นำเข้าถูกกฎหมาย ไม่ใช่เครื่องก๊อปหรือเครื่องเกรดรอง

ประเมินผิวก่อนทำทุกครั้ง — ก่อนยิงเลเซอร์ คุณหมอจะดูสภาพผิวและสอบถามประวัติ เพื่อเลือกชนิดเลเซอร์และปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละคน

อธิบายทุกขั้นตอนชัดเจน — บอกหมดว่าจะทำอะไร ใช้เวลานานแค่ไหน ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ไม่มีกั๊ก ไม่มีซ่อน

ดูแลหลังทำจนกว่าจะพอใจ — มีการนัดติดตามผล และถ้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยหลังทำก็ทักมาปรึกษาได้ตลอด

บรรยากาศอบอุ่น สบายใจ — มาคลินิกแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ถามอะไรก็ตอบได้ ไม่กดดันให้ซื้อคอร์ส เหมือนมาหาหมอที่รู้จักกัน

รวมรีวิว เลเซอร์ผิว Skin Laser ที่ Onewan Clinic

รวมประสบการณ์ตรงจากคนไข้ของเรา ตั้งแต่ความประทับใจวันปรึกษา เทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ ไปจนถึงผลลัพธ์หลังทำและการดูแลตัวเองจริง ๆ หลัง เลเซอร์ผิว แต่ละรีวิวจัดทำจากผู้ใช้บริการที่ให้ความยินยอม พร้อมภาพก่อน หลัง ทีมแพทย์ ONEWAN ดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ประเมิน ปรับแต่ง ไปจนถึงติดตามผล เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด.

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์ผิว Skin Laser

Q : เลเซอร์เจ็บไหม ?

A : ส่วนใหญ่เจ็บเล็กน้อย รู้สึกเหมือนตะปุ่มตะปั่วหรือความร้อนนิด ๆ มีเครื่องเย็น (cooling device) ช่วยลดอาการเจ็บ และแพทย์อาจใช้ยากระงับเจ็บบ้าง ทำให้ปลอดภัยและสบายขึ้น

Q : เลเซอร์ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?

A : ขึ้นกับปัญหาผิวและชนิดเลเซอร์ ส่วนใหญ่ 4-6 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์ เห็นผลแรกๆ หลังครั้งที่ 1-2 เห็นผลชัดเจนหลังครั้งที่ 4-6 ใช้เวลา 2-3 เดือน

Q : ทำเลเซอร์ได้บ่อยไหม ทำได้ต่อเนื่องไหม ?

A : ไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป ต้องห่างกัน 2-4 สัปดาห์อย่างน้อย เพื่อให้ผิวพักผ่อนและฟื้นตัว ทำต่อเนื่องได้ แต่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ ดูแลหลังการรักษาดี ๆ

Q : ใครไม่ควรทำเลเซอร์ผิว ?

A : คนท้องถ่อมหรือให้นมลูก ผิวที่มีแผลเปิด โรคที่ผิวง่าย คนที่กินยาบางชนิด (Accutane) คนท้องหรือมีประวัติสัมผัส Keloid หรือ Hypertrophic scar ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

Q : เลเซอร์ผิวมีกี่ประเภท แต่ละแบบต่างกันยังไง ?

A : เลเซอร์ผิวมี 4 ประเภทหลัก คือ Picosecond (ลบฝ้า จุดด่างดำ), Nd:YAG (ริ้วรอย หลุมสิว), IPL (ทั่วไป photoaging), และ Pulse Dye (เส้นเลือด). แต่ละชนิดมีความยาวคลื่นต่างกัน จึงเข้าไปลึกในผิวได้ต่างกัน เลือกตามปัญหาผิวของคุณ

สรุปเรื่อง เลเซอร์ผิว Skin Laser

เลเซอร์ผิวเป็นเทคโนโลยีแสงสมัยใหม่ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหลายชนิด ได้แก่ ฝ้า จุดด่างดำ ริ้วรอย รูขุมขน และความหย่อนของผิว โดยใช้พลังงานแสงที่มีความเข้มข้น เข้าไปกระตุ้นสารสีในผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน

เลเซอร์ผิวที่ Onewan Clinic นำเสนอ ประกอบด้วย 7 ประเภท ได้แก่ Discovery PICO Laser, Pulse Dye Laser, IPL (Intense Pulsed Light), Q-switched Nd:YAG, Long-pulsed Nd:YAG, Fractional Picosecond, และ Fractional Nd:YAG ซึ่งแต่ละชนิดมีความยาวคลื่นและอักษรการทำงานต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาผิวที่หลากหลาย

นายแพทย์ ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง) และทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะประเมินผิวของคุณอย่างละเอียด เลือกเลเซอร์ที่เหมาะสม บอกจำนวนครั้งและระยะห่างของการรักษา ตั้งแต่เตรียมตัวก่อน ขั้นตอนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และความพึงพอใจสูงสุด

เอกสารอ้างอิง

  • A Systematic Review of Picosecond Laser in Dermatology: Evidence and Recommendations. Wu, D. C., Goldman, M. P., Wat, H., & Chan, H. H. L. (2021). Lasers in Surgery and Medicine, 53(1), 9-49. Evidence-based recommendations for picosecond laser use in melasma, tattoo removal, and skin rejuvenation. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32282094/
  • Picosecond lasers in cosmetic dermatology: where are we now? An overview of types and indications. Haykal, D., Cartier, H., Maire, C., & Mordon, S. (2023). Lasers in Medical Science, 39(1), 8. Comprehensive review of picosecond laser advancements for treating pigmented lesions, scars, and photoaging. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38110831/
  • Long pulsed 1064 nm Nd:YAG laser treatment for wrinkle reduction and skin laxity: evaluation of new parameters. Adler, D. (2013). Dermatologic Surgery, 39(2), 199-206. Demonstrates 45.1% wrinkle reduction and increased skin elasticity with Nd:YAG laser treatment in Korean subjects. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25515708/
  • Objective and Long-Term Evaluation of the Efficacy and Safety of a 1064-nm Picosecond Laser With Fractionated Microlens Array for the Treatment of Atrophic Acne Scar in Asians. Manuskiatti, W., Punyaratabandhu, P., Tantrapornpong, P., et al. (2020). Lasers in Surgery and Medicine, 51(3), 348-354. Shows 50% improvement in acne scars in dark-skinned patients with minimal hyperpigmentation risk. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33326626/
  • Evaluation of the safety and efficacy of the dual wavelength picosecond laser for the treatment of benign pigmented lesions in Asians. Kung, K. Y., Shek, S. Y., Yeung, C. K., & Chan, H. H. (2019). Lasers in Surgery and Medicine, 51(1), 14-22. Dual wavelength picosecond laser shows superior efficacy for freckles and lentigines with low hyperpigmentation risk in Asian patients. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30357871/
  • Effectiveness of low-fluence and short-pulse intense pulsed light in the treatment of melasma: A randomized study. Park, K. C., Kwon, S. Y., Kim, M. K., et al. (2015). Dermatologic Surgery, 41(3), 344-352. Low-fluence IPL provides effective melasma treatment with minimal side effects in Asian skin. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25803679/
  • Treatment of melasma with intense pulsed light: a review and update. Zaleski, L., Fabi, S. G., & Goldman, M. P. (2012). Journal of Drugs in Dermatology, 11(11), 1316-1320. IPL stands out as effective for treating melasma with low risk of complications and excellent patient satisfaction. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23135081/
  • Efficacy and safety of ND:YAG 1064 nm lasers for photoepilation: a systematic review. Modena, D. A. O., Miranda, A. C. G., Grecco, C., et al. (2020). Journal of Cosmetic and Laser Therapy, 22(3-4), 41-48. Systematic review confirming Nd:YAG 1064 nm laser safety and effectiveness for skin treatment across various indications. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31919681/
  • Nonablative laser resurfacing using the long-pulse (1064-nm) Nd:YAG laser. Goldberg, D. J. (2003). Clinics in Dermatology, 21(4), 331-336. Well-tolerated 1064-nm Nd:YAG laser treatment for photodamaged skin in all skin types with gradual improvements. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12873868/
  • Efficacy and safety of picosecond laser for the treatment of melasma: a systematic review and meta-analysis. Feng, J., Shen, S., Song, X., & Xiang, W. (2023). Lasers in Medical Science, 38(1), 84. Meta-analysis shows picosecond 1064 nm laser is safe and effective for melasma, though 755 nm shows limitations. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36897459/
Scroll to Top