Oligio บุรีรัมย์ เครื่องยกกระชับผิว 2026 | Onewan Clinic

Oligio บุรีรัมย์

สวัสดีครับ หมอฟร้อง — นพ.ภูเบศร์ นากดี แพทย์ผู้ก่อตั้ง Onewan Clinic วันวาน คลินิกความงามบุรีรัมย์ ครับ

วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียดเกี่ยวกับ Oligio เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) รุ่นใหม่ล่าสุดจากประเทศเกาหลีใต้ ที่หมอเลือกนำเข้ามาใช้จริงที่คลินิกของเราครับ

หมอเข้าใจเลยว่าหลายคนที่กำลังหาข้อมูล Oligio บุรีรัมย์ อาจมีคำถามเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทำแล้วเจ็บไหม ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ต่างจากเครื่องอื่นยังไง ราคาเท่าไหร่ ฯลฯ วันนี้หมอรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ในบทความเดียวนี้ให้ครบเลยนะครับ เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

สารบัญ ยกกระชับผิวหน้า Oligio บุรีรัมย์

Oligio คืออะไร ?

Oligio คืออะไร

Oligio คือ นวัตกรรมยกกระชับผิวและสลายไขมันแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-Invasive) ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar Radiofrequency (Monopolar RF) ความถี่ 6.78 MHz ผลิตโดยบริษัท Wontech ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เลเซอร์และเครื่องมือแพทย์สำหรับงานผิวหนังโดยเฉพาะ

หลักการทำงานของ Oligio คือการส่งพลังงาน RF ลงไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat layer) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้น หน้าเรียว กรอบหน้าชัด ริ้วรอยจางลง ผิวเรียบเนียน โดยไม่ต้องพักฟื้นเลยครับ

จุดเด่นของ Oligio ที่หมอชอบมากคือ ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ เห็นผลทันทีตั้งแต่ครั้งแรก กรอบหน้าชัดขึ้น หน้าเรียว ยกกระชับ และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

Oligio ทำงานอย่างไร ?

หลายคนสงสัยว่า Oligio ทำงานยังไงถึงช่วยยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หมอจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เลยนะครับ

Oligio ใช้เทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency (RF) ที่ความถี่ 6.78 MHz โดยหัวทิปจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไปในชั้นผิว ซึ่งกระบวนการทำงานแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ครับ

ขั้นที่ 1 — ปล่อยพลังงาน RF ลงสู่ผิว: คลื่นพลังงาน Monopolar RF จะส่งลงลึกถึงชั้น Dermis โดยกระจายพลังงานสม่ำเสมอ ไม่ทำลายผิวชั้นบน

ขั้นที่ 2 — กระตุ้นคอลลาเจนใหม่: ความร้อนที่เหมาะสม (40-60°C) จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมหดตัวทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่

ขั้นที่ 3 — ผิวยกกระชับขึ้น: ผิวแน่นขึ้น หน้าเรียวขึ้น ลดความหย่อนคล้อยและริ้วรอย ผิวเรียบเนียน อิ่มฟู

สิ่งที่ทำให้ Oligio พิเศษกว่าเครื่องอื่นในกลุ่มเดียวกัน คือระบบ Intelligent Cooling System ที่ปล่อยความเย็นบนผิวชั้นบนตลอดการทำ ช่วยลดความร้อนที่ผิวหน้า ทำให้เจ็บน้อยลงมาก สบายผิวระหว่างทำ และป้องกันผิวไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ (Real-Time Temperature Monitoring) และระบบตรวจจับค่าอิมพีแดนซ์ (Impedance Checking) ที่จะหยุดปล่อยพลังงานทันทีหากผิวร้อนเกินไปครับ

Oligio ดีไหม ผลลัพธ์เป็นไงบ้าง

คำถามที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุดคือ “Oligio ดีไหมคะหมอ?” หมอตอบจากประสบการณ์ที่ทำจริงให้คนไข้ที่คลินิกความงามบุรีรัมย์ วันวานคลินิก เลยนะครับ — ดีมากครับ

ผลลัพธ์ที่คนไข้ส่วนใหญ่ได้รับหลังทำ Oligio ที่ Onewan Clinic:

  • ผิวแน่นขึ้นทันที — รู้สึกกระชับได้ตั้งแต่วันแรกหลังทำ
  • กรอบหน้าชัดขึ้น — หน้าเรียว ดูมีมิติมากขึ้น
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน — ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ เพราะร่างกายยังคงผลิตคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากงานวิจัยทางคลินิกพบว่า ผิวบริเวณกรามและร่องแก้ม (Jowls และ Nasolabial folds) มีการยกกระชับอย่างมีนัยสำคัญภายใน 12 สัปดาห์หลังทำเพียงครั้งเดียว และยังคงเห็นผลดีต่อเนื่องถึง 24 สัปดาห์ โดยค่าความแน่นของผิว ริ้วรอยเล็ก ๆ รูขุมขน และสีผิว ล้วนปรับปรุงดีขึ้นอย่างชัดเจน

แต่หมอต้องพูดตรง ๆ เลยนะครับว่า ผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการดูแลตัวเองหลังทำ ดังนั้นหมอแนะนำให้มาปรึกษาก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินว่า Oligio เหมาะกับปัญหาผิวของเราหรือเปล่าครับ

Oligio เหมาะกับใครบ้าง ?

Oligio เหมาะกับใครบ้าง

จากประสบการณ์ที่หมอทำ Oligio ที่ Onewan Clinic ให้คนไข้หลายคน หมอสรุปให้ว่า Oligio เหมาะกับคนกลุ่มนี้มากครับ:

เหมาะมาก:

  • คนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • อยากยกหน้าให้เรียว กรอบหน้าชัดขึ้น
  • มีเหนียง แก้มตก อยากให้กระชับขึ้น
  • ผิวเริ่มไม่เฟิร์ม รูขุมขนกว้าง
  • อยากดูแลผิวแบบไม่ผ่าตัด ไม่พักฟื้น

เหมาะกับสายดูแลผิว:

  • อายุประมาณ 25-45 ปี
  • ต้องการ Anti-Aging แบบธรรมชาติ
  • อยากทำเป็น Routine ดูแลผิวระยะยาว

เหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ:

  • ไม่มีเวลาพักฟื้น
  • ทำแล้วกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที

อาจไม่ตอบโจทย์:

  • คนที่หย่อนคล้อยมาก (อาจต้องใช้หัตถการร่วม)
  • ต้องการผลแบบยกแรงทันทีมาก ๆ

สรุปง่าย ๆ ก็คือ Oligio เหมาะกับคนที่อยากยกกระชับแบบนุ่มนวล ธรรมชาติ ดูดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ถ้าไม่แน่ใจ หมอแนะนำให้มาปรึกษาก่อนทำทุกครั้งนะครับ

ใครไม่ควรทำ Oligio

ใครไม่ควรทำ Oligio

เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ทุกคน หมอต้องบอกตรง ๆ เลยว่ามีบางกลุ่มคนที่ไม่ควรทำ Oligio ครับ

1. ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย — เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) เครื่องกระตุ้นประสาท โลหะฝังในใบหน้าหรือศีรษะ (เช่น เพลท น็อต สกรู) เพราะคลื่น RF อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้ได้

2. หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร — เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ หมอแนะนำให้รอจนกว่าจะคลอดก่อนนะครับ

3. ผู้ที่มีผิวอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลสดบริเวณที่จะทำ — เช่น สิวอักเสบรุนแรง แผลเปิด ผิวติดเชื้อ เพราะอาจกระตุ้นการอักเสบ ทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น

4. ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิด — เช่น โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง โรคภูมิแพ้ผิวหนังรุนแรง ควรได้รับการประเมินและควบคุมโรคโดยแพทย์ก่อน

5. ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการบางชนิดมา — เช่น ฉีดฟิลเลอร์บางตำแหน่ง โบท็อกซ์ เลเซอร์ IPL หรือ HIFU บางประเภท ควรเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์

6. ผู้ที่มีไขมันน้อยหรือผิวบางมากเกินไป — อาจไม่เห็นผลชัดเจนเท่าที่ควร หรืออาจเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย ควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ

Oligio ช่วยแก้ปัญหาไหนบ้าง ?

Oligio ช่วยแก้ปัญหาไหนบ้าง
Oligio สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ตั้งแต่ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบเนียน ไปจนถึงผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น ซึ่งหมอจะอธิบายแต่ละปัญหาให้ฟังครับ

Oligio เหนียงแก้ม

ปัญหาเหนียงแก้ม หรือแก้มตกหย่อน เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป Oligio ช่วยกระชับผิวบริเวณแก้มให้ยกขึ้น ลดความหย่อนคล้อย กรอบหน้าชัดขึ้น หน้าดูเรียวเล็กลง โดยพลังงาน RF จะไปกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ ทำให้ผิวบริเวณแก้มแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Oligio ยกกระชับใต้ตา

Oligio ยกกระชับใต้ตา
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางมาก Oligio สามารถช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูกระชับขึ้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตา ผิวใต้ตาดูเนียนขึ้น โดยหัวทิปของ Oligio ออกแบบมาเพื่อทำงานในบริเวณที่ละเอียดอ่อนได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย

Oligio ลดเหนียง

Oligio ลดเหนียง
เหนียง หรือไขมันใต้คาง เป็นอีกปัญหายอดฮิตที่คนไข้มาปรึกษาหมอบ่อยมากครับ Oligio ช่วยยกกระชับผิวใต้คาง ลดไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียง กรอบหน้าชัด หน้าเรียว เป็น V-Shape ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลไว ทำ 1 ครั้งเห็นผลนาน 6-12 เดือน

Oligio ลดไขมันแขน

ไม่ได้ทำได้แค่ใบหน้าเท่านั้นนะครับ Oligio ยังช่วยลดไขมันและกระชับผิวบริเวณแขนได้ด้วย โดยพลังงาน RF จะไปสลายไขมันส่วนเกิน พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกระชับเรียบเนียน แขนเล็กลง มั่นใจทุกองศา ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

ทำ Oligio ปลอดภัยไหม ผลข้างเคียง

ทำ Oligio ปลอดภัยไหม ผลข้างเคียง

คำตอบสั้น ๆ เลยครับ — ปลอดภัยมาก เมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน

Oligio เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) แบบ Monopolar ที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว ลดริ้วรอย เมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้เครื่องแท้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูงครับ

ระบบความปลอดภัยที่ออกแบบมาในตัวเครื่อง Oligio:

  • ระบบปล่อยความเย็น (Cryogen Gas Cooling) ลดความร้อนบนผิว
  • ระบบตรวจวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ (Real-Time Temperature Monitoring)
  • ระบบตรวจจับค่าอิมพีแดนซ์ (Impedance Checking System)
  • ระบบตรวจจับแรงกด (Pressure Sensing)
  • ระบบสั่นสะเทือน (Vibration) ช่วยกระจายความร้อนสม่ำเสมอ

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ (พบได้น้อยและไม่รุนแรง):

  • ผิวแดง — หลังทำทันที หายได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • บวมเล็กน้อย — บางรายอาจบวม เล็กน้อย หายได้เองภายใน 1-2 วัน
  • รู้สึกอุ่น/ตึงผิว — ขณะทำหรือหลังทำ เป็นอาการปกติและหายได้เอง
  • ผิวแห้งหรือลอกเล็กน้อย — อาจเกิดขึ้นในบางราย แนะนำให้เพิ่มความชุ่มชื้น
  • รอยช้ำเล็กน้อย — พบได้น้อยมาก อาจเกิดจากเส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนัง

ทำแล้วปลอดภัยเมื่อ:

  • แพทย์ประเมินและออกแบบการรักษาอย่างเหมาะสม
  • ใช้เครื่องแท้ ได้มาตรฐาน ผ่าน อย.
  • ทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
  • ดูแลหลังทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

Oligio เจ็บไหม ?

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลมากที่สุดเลยครับ หมอจะตอบตามจริงเลยนะ

ความเจ็บอยู่ที่ระดับน้อยถึงปานกลาง (ทนได้) ส่วนใหญ่รู้สึกแค่ “อุ่น ๆ / จี้ด ๆ เบา ๆ” ระหว่างทำ

ความรู้สึกขณะทำ:

  • อุ่นลึกลงผิว — จากคลื่น RF ความร้อนลงลึกกระตุ้นคอลลาเจน
  • จี้ดเล็ก ๆ — เป็นจังหวะ รู้สึกเป็นช่วงสั้น ๆ ทนได้ ไม่ถึงกับเจ็บมาก
  • บางจุดอาจรู้สึกมากขึ้น เช่น กรอบหน้า / ใต้คาง ขึ้นอยู่กับความไวของแต่ละบุคคล

สิ่งที่ช่วยลดเจ็บ ทำให้สบายขึ้นมาก:

  • ทายาชา ก่อนทำ เพื่อลดความรู้สึก
  • ปรับพลังงาน ตามความทนของแต่ละคน
  • เทคนิคการยิงของแพทย์มืออาชีพ และการประเมิน ช่วยให้สบายตลอดการทำ

เทียบความเจ็บ:

  • เจ็บน้อยกว่า HIFU / Ulthera
  • สบายกว่าเครื่องยกกระชับหลายตัว
  • ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เครื่อง Oligio ผ่าน อย. ได้มาตรฐาน ปลอดภัย มีระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนที่ผิวชั้นบนอย่างชาญฉลาด จึงสบายกว่าเทคโนโลยียกกระชับหลาย ๆ ตัวในตลาดครับ

Oligio ทำกี่ครั้ง

โดยทั่วไปเริ่มทำ 1 ครั้ง แล้วประเมินผลตามสภาพผิว ครับ

1. เริ่มต้น: ส่วนใหญ่นิยมทำ 1 ครั้งก่อน

2. เห็นผล: ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้นในช่วง 1-3 เดือน เพราะร่างกายยังคงสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

3. ทำซ้ำ: แนะนำทำซ้ำทุก 6-12 เดือน ตามสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

4. ขึ้นอยู่กับ: อายุ ปัญหาผิว ความหย่อนคล้อย และการประเมินของแพทย์

หมอแนะนำให้มาปรึกษาที่ Onewan Clinic ก่อนเสมอ เพื่อวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับแต่ละคนครับ เพราะคนที่อายุน้อยผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อยอาจทำแค่ครั้งเดียวก็เห็นผลชัด ในขณะที่คนที่หย่อนคล้อยมากอาจต้องทำหลายครั้งหรือใช้หัตถการร่วม

Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับอื่นอย่างไร ?

Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับอื่นอย่างไร

Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเน้นทั้งความกระชับ ความสบายผิว และไม่ต้องพักฟื้น ในขณะที่เทคโนโลยียกกระชับอื่น ๆ อาจใช้คลื่นอัลตราซาวนด์หรือ RF คนละรูปแบบ ซึ่งให้ผลลัพธ์และความรู้สึกขณะทำที่แตกต่างกันออกไป

จุดเด่นที่ทำให้ Oligio โดดเด่นจากเทคโนโลยีอื่น ได้แก่

  • พลังงานที่ใช้ — Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและความกระชับของผิว ขณะที่เทคโนโลยีอื่นอาจใช้คลื่นอัลตราซาวนด์หรือ RF คนละรูปแบบ
  • ความรู้สึกขณะทำ — ส่วนใหญ่รู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิว พร้อมระบบช่วยลดความร้อนที่ผิวชั้นบน จึงสบายขึ้นในระหว่างทำเมื่อเทียบกับบางเทคโนโลยี
  • จุดเด่นของ Oligio — ช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อย ผิวดูเรียบเนียนและเฟิร์มขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้น
  • เหมาะกับใคร — เหมาะกับคนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย อยากยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด และต้องการกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็ว ทั้งนี้ควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ

เทคโนโลยียกกระชับแต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินเพื่อเลือกเครื่องที่เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน มาดูรายละเอียดเปรียบเทียบกันทีละเครื่องกันเลย

Oligio VS Ultera

Oligio VS Ultera

Oligio และ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ได้รับความนิยมสูง แต่ใช้หลักการทำงานที่แตกต่างกัน โดย Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ความถี่ 6.78 MHz ยกกระชับผิวแน่น เด้ง หน้าเรียว ส่วน Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง (Focused Ultrasound / HIFU) ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งถือเป็นมาตรฐาน Gold Standard ของการยกกระชับ

ด้านเทคโนโลยีและระดับความลึก Oligio ส่งพลังงาน Monopolar RF ลงลึกถึงชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิว (Dermis ถึง Subcutaneous) ประมาณ 1.5 – 4.5 mm ให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วชั้นผิว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ส่วน Ulthera ส่งพลังงาน Focused Ultrasound ลงลึกถึงชั้น SMAS ประมาณ 4.5 mm ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับศัลยกรรมดึงหน้า จุดโฟกัสพลังงานแม่นยำเฉพาะจุด

ด้านผลลัพธ์ Oligio ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ รูขุมขนดูเล็กลง ผิวเรียบเนียน ยืดหยุ่น และดูอิ่มฟู ส่วน Ulthera เน้นยกกระชับผิวหย่อนคล้อย เห็นกรอบหน้าชัดเจน ยกคิ้ว แก้มหย่อน และเหนียง

ด้านความรู้สึกขณะทำ Oligio ให้ความรู้สึกอุ่นสบายผิว รู้สึกอุ่นร้อนเล็กน้อย ไม่เจ็บมาก ส่วน Ulthera จะรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ขณะยิงพลังงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ด้านการพักฟื้นและระยะเวลาเห็นผล Oligio ไม่ต้องพักฟื้น ผิวอาจแดงเล็กน้อย 1-2 ชั่วโมง เห็นผลบางส่วนทันที ชัดเจนขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ และต่อเนื่อง 1-3 เดือน แนะนำทำทุก 4-6 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ส่วน Ulthera ไม่ต้องพักฟื้นเช่นกัน แต่อาจมีอาการตึงหรือเมื่อยเล็กน้อย 1-3 วัน เห็นผลบางส่วนทันทีประมาณ 20% ชัดเจนเต็มที่ใน 2-3 เดือน และอยู่ได้นาน 6-12 เดือน แนะนำทำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ระยะยาว

สรุป: Oligio เหมาะกับคนที่ต้องการผิวแน่นกระชับ เด้งฟู ดูแลเชิงป้องกัน เจ็บน้อย ส่วน Ulthera เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับลึก ผลลัพธ์ชัดเจนในครั้งเดียว และยาวนาน

Oligio VS HIFU

Oligio VS HIFU

Oligio และ HIFU เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ได้รับความนิยมสูง แต่ใช้พลังงานคนละประเภท โดย Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ยกกระชับผิวแน่น เด้ง หน้าเรียว ส่วน HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์โฟกัสสูง ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ช่วยยกกระชับและปรับกรอบหน้า

ด้านพลังงานและระดับชั้นผิว Oligio ใช้ Monopolar RF ส่งพลังงานความร้อนสม่ำเสมอลงสู่ชั้นหนังแท้ถึงชั้นไขมันตื้น ส่วน HIFU ใช้ Focused Ultrasound ยิงพลังงานเป็นจุดลงลึกถึงชั้น SMAS

ด้านผลลัพธ์ Oligio ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ รูขุมขนดูเล็กลง เห็นผลบางส่วนทันที ชัดขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ ส่วน HIFU เน้นยกกระชับผิวหย่อนคล้อย เห็นกรอบหน้าชัดขึ้น ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 1-3 เดือน โดยทั้งสองเทคโนโลยีมีผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน

ด้านความรู้สึกขณะทำและการพักฟื้น Oligio ให้ความรู้สึกอุ่นสบายผิว เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น ส่วน HIFU อาจรู้สึกจี๊ดเป็นจุด ๆ ได้บ้าง แต่ก็ไม่ต้องพักฟื้นเช่นกัน

ด้านความเหมาะสม Oligio เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วน HIFU เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับลึกและชัดเจน

สรุป: Oligio เน้นผิวแน่นกระชับ เด้งฟู เจ็บน้อย เห็นผลเร็ว เหมาะกับการดูแลเชิงป้องกัน ส่วน HIFU เน้นยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS เห็นกรอบหน้าชัด เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ยกกระชับที่ชัดเจนกว่า

Oligio VS Ultraformer III

Oligio และ Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงานคนละประเภท โดย Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่วน Ultraformer III ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส (HIFU / MMFU) ซึ่งให้ผลลัพธ์และเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน

ด้านเทคโนโลยีและระดับชั้นผิว Oligio ใช้ Monopolar RF ส่งพลังงานลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันตื้น ส่วน Ultraformer III ใช้ HIFU / MMFU ส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นระดับเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า

ด้านความเหมาะสม Oligio เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ต้องการผิวแน่น เรียบ ฟู ส่วน Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับชัดเจน เน้นกรอบหน้า แก้ม และเหนียง

ด้านความรู้สึกขณะทำ Oligio ให้ความรู้สึกอุ่น ๆ สบายผิว เจ็บน้อย ส่วน Ultraformer III อาจรู้สึกจี๊ดหรือสะดุ้งได้มากกว่า ขึ้นกับระดับพลังงานที่ใช้

ด้านผลลัพธ์ Oligio ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ ดูฟูขึ้น เห็นความเปลี่ยนแปลงไว ส่วน Ultraformer III เน้นยกกระชับชัดเจน ผลลัพธ์ค่อย ๆ เด่นขึ้นภายใน 1-3 เดือน

สรุป: Oligio เหมาะกับคนที่ต้องการผิวแน่น ฟู กระชับ เจ็บน้อย เห็นผลเร็ว เน้นดูแลผิวเชิงป้องกัน ส่วน Ultraformer III เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับลึก เห็นกรอบหน้าชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณแก้มและเหนียง

Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่ ?

Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่

ได้ครับ! Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้อย่างปลอดภัย และยังช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้ตรงจุดมากขึ้น โดยแนวทางการทำร่วมกันมีดังนี้ครับ

ทำได้ในวันเดียวกัน:

  • ฉีดเมโส / วิตามินผิว — ผิวใส ชุ่มชื้น เสริมการบำรุงให้ผิวแข็งแรง
  • โบท็อกซ์ — ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า พร้อมยกกระชับผิว
  • ฟิลเลอร์ — เติมเต็มผิวที่ขาดวอลลุ่ม และยกกระชับผิวพร้อมกัน

เว้นระยะ 1-2 สัปดาห์:

  • เลเซอร์ผิวหน้า เช่น Pico / IPL / Q-switched — ช่วยลดจุดด่างดำ กระตุ้นคอลลาเจน ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส
  • Microneedle / RF เช่น Morpheus8 — กระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึก ผิวแน่น กระชับมากขึ้น

เว้นระยะ 2 สัปดาห์ขึ้นไป:

  • ร้อยไหม — ยกกระชับผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ยาวนานขึ้น
  • เลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผล / ร้อยไหม ต่าง ๆ

การเลือกทำหัตถการร่วมกัน ควรประเมินโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในแต่ละบุคคลครับ

เครื่อง Oligio มีกี่รุ่น ?

เครื่อง Oligio มีกี่รุ่น

ปัจจุบันเครื่อง Oligio จากบริษัท Wontech มีด้วยกัน 3 รุ่นครับ แต่ละรุ่นพัฒนาต่อยอดกันมา มีจุดเด่นต่างกัน หมอจะอธิบายให้ฟังทีละรุ่นเลยนะครับ

Oligio รุ่นเดิม (Standard)

Oligio รุ่นเดิม

Oligio รุ่นแรกเป็นรุ่นมาตรฐานยอดนิยม ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิว หัวทิปแบบเดินยิง (Stamp) ครอบคลุมพื้นที่แม่นยำ ปรับพลังงานได้ตามความเหมาะสม ช่วยยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอย และกระตุ้นคอลลาเจน

จุดเด่น: พลังงานเสถียร มาตรฐานสูง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นดูแลผิว

Oligio X

Oligio X เป็นรุ่นพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม เรียกได้ว่าเป็นรุ่นอัปเกรดที่ตอบโจทย์การยกกระชับได้ครอบคลุมมากขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่น่าสนใจมากครับ

  • เทคโนโลยี Monopolar RF 6.78 MHz — ส่งพลังงานลึกสู่ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและความกระชับ
  • GXG Dual Mode — ทำงานได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก เพื่อการยกกระชับครอบคลุมมากขึ้น
  • 11-Pulse Cooling System — ช่วยลดความร้อนบนผิว เพิ่มความสบายขณะทำหัตถการ
  • พลังงานสูงสุด 400W — ช่วยยกกระชับ ปรับกรอบหน้า และดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่น: พลังงานแรงขึ้น แม่นยำมากขึ้น ลงลึกถึงชั้นผิวได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก เห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

Oligio Kiss

Oligio Kiss

Oligio Kiss เป็นรุ่นท็อป เทคโนโลยีล่าสุดจาก Wontech ที่ผสานพลัง RF + HIFU เข้าด้วยกันเป็นครั้งแรกในตระกูล Oligio จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้พิเศษกว่ารุ่นก่อนหน้า:

  • เทคโนโลยี 2-in-1 RF + HIFU — ผสานคลื่นวิทยุและอัลตราซาวด์ เพื่อยกกระชับผิวได้ครอบคลุมมากขึ้น
  • ยิงได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก — ช่วยดูแลตั้งแต่ผิวชั้นตื้น ไปจนถึงชั้นลึกและ SMAS อย่างแม่นยำ
  • หัวทิป 2 ระบบ ตอบโจทย์หลายบริเวณ — ปรับการรักษาได้ยืดหยุ่น เหมาะกับการยกกระชับและดูแลผิวเฉพาะจุด
  • ระบบทำความเย็น ช่วยเพิ่มความสบาย — ลดความรู้สึกไม่สบายขณะทำหัตถการ พร้อมช่วยให้การรักษานุ่มนวลขึ้น

จุดเด่น: รวม 2 เทคโนโลยี RF + HIFU ในเครื่องเดียว ส่งพลังงานครบทุกชั้นผิว ตั้งแต่ชั้น Dermis จนถึงชั้น SMAS เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ครอบคลุมมากที่สุด

ทำ Oligio จุดไหนได้บ้าง

ทำ Oligio จุดไหนได้บ้าง

Oligio สามารถทำได้หลายจุดบนร่างกายครับ ไม่ได้จำกัดแค่ใบหน้า

1. ใบหน้า — ช่วยยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้หน้าเรียว กรอบหน้าชัดขึ้น

2. ลำคอ — ช่วยให้ผิวคอดูเรียบเนียน กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

3. ใต้คาง / เหนียง — ช่วยเก็บกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง ลดเหนียง หน้าเรียว V-Shape

4. รอบดวงตา — ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูกระชับ ลดริ้วรอยเล็ก ๆ

5. ลำตัว — ช่วยดูแลผิวให้กระชับขึ้นในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย เช่น ต้นแขน หน้าท้อง

ทั้งนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด และควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการครับ

ควรทำ Oligio กี่ช็อต กี่ครั้ง

ควรทำ Oligio กี่ช็อต กี่ครั้ง

จำนวนช็อตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และปัญหาที่ต้องการแก้ไข หมอมีไกด์ไลน์คร่าว ๆ ให้ครับ

อายุ 20+ → 300 ช็อต — เหมาะสำหรับผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย ต้องการป้องกันและดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ

อายุ 30+ → 600 ช็อต — กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด แก้มเริ่มคล้อย ต้องการยกกระชับให้ชัดเจนขึ้น

อายุ 40+ → 600-900 ช็อต — ผิวหย่อนคล้อยชัด ต้องการยกกระชับมากขึ้น อาจต้องทำหลายจุดร่วมกัน

ควรทำกี่ครั้ง?

  • ทำ 1 ครั้ง เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้
  • ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 1-3 เดือน
  • แนะนำทำซ้ำทุก 6-12 เดือน

สำคัญมาก: จำนวนช็อตและความถี่ในการทำ ควรประเมินตามสภาพผิวและปัญหาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ครับ ที่ Oligio บุรีรัมย์ Onewan Clinic หมอจะประเมินให้ทุกเคสก่อนทำเสมอนะครับ

ราคา Oligio ที่บุรีรัมย์

ราคา Oligio ที่บุรีรัมย์

สำหรับใครที่อยู่บุรีรัมย์และกำลังสนใจทำ Oligio ที่ Onewan Clinic มีราคาเริ่มต้นที่ 100 Shot เพียง 5,990 บาท ซึ่งเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ต้องการยกกระชับเฉพาะจุด เช่น บริเวณใต้คาง แก้ม หรือร่องแก้ม โดยไม่ต้องลงทุนจำนวน Shot สูงตั้งแต่ครั้งแรก

ทำไมราคาเริ่มต้นที่ 100 Shot? เพราะจำนวน Shot ที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการทำ การเริ่มต้นที่ 100 Shot ช่วยให้สามารถทดลองสัมผัสผลลัพธ์ของ Oligio ได้ก่อน แล้วค่อยปรับจำนวน Shot เพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ เพื่อวางแผนจำนวน Shot ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ก่อนทำ Oligio เตรียมตัวอย่างไร

เตรียมผิวให้พร้อม เพื่อผลลัพธ์ยกกระชับที่ดีและสบายผิวมากขึ้นครับ

1. งดสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว 3-5 วัน — เช่น AHA / BHA / Retinol หรือ Tretinoin เพื่อไม่ให้ผิวบางหรือระคายเคืองง่ายเกินไป

2. เลี่ยงแดดจัด และงดหัตถการที่ระคายผิวก่อนทำ — เช่น สครับผิว เลเซอร์แรง ๆ หรือแวกซ์ ควรเว้น 5-7 วันก่อนทำ

3. แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน — รวมถึงประวัติแพ้ยา หรือผิวแพ้ง่าย เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสม

4. หากเพิ่งทำฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ร้อยไหม หรือเลเซอร์ — ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสม

5. พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากขึ้น — และมาทำหัตถการด้วยผิวหน้าที่สะอาด

6. หากมีสิวอักเสบ แผล ผื่น หรือผิวไหม้แดด — ควรเลือกนัดและปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

ควรประเมินสภาพผิวกับแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ

ขั้นตอนการทำ Oligio

หมอจะเล่าให้ฟังว่าขั้นตอนการทำ Oligio ที่ Onewan Clinic เป็นอย่างไรบ้างนะครับ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจก่อนมาทำ

ขั้นตอนที่ 1 — ประเมินผิวและปรึกษาแพทย์: วิเคราะห์ปัญหาผิว วางแผนจำนวน Shot และบริเวณที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

ขั้นตอนที่ 2 — ทำความสะอาดผิว: ล้างหน้า เช็ดผิวให้สะอาด และเตรียมผิวก่อนเริ่มทำหัตถการ

ขั้นตอนที่ 3 — แปะแผ่นนำสื่อ: ติดแผ่นนำสื่อเพื่อช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 4 — ทาเจลสำหรับ Oligio: ทาเจลในบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เพื่อช่วยให้หัวทิปแนบผิวได้ดี

ขั้นตอนที่ 5 — เริ่มปล่อยพลังงาน: แพทย์จะค่อย ๆ ยิงพลังงานตามแนวการรักษา พร้อมปรับระดับให้เหมาะกับผิว

ขั้นตอนที่ 6 — ประเมินหลังทำและให้คำแนะนำ: ตรวจสภาพผิวหลังทำ พร้อมแนะนำการดูแลตัวเอง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

ขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ครับ Oligio ช่วยยกกระชับผิว เฟิร์มแน่น และกระตุ้นคอลลาเจน ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้นครับ

หลังทำ Oligio ดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำ Oligio ดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำ Oligio ที่ Onewan Clinic หมอจะแนะนำการดูแลตัวเองให้ทุกคนอย่างละเอียดเลยนะครับ ดูแลถูกวิธี ผิวฟื้นตัวดี ผลลัพธ์ยกกระชับชัดเจนขึ้น

1. เลี่ยงความร้อนจัด 24-48 ชม. — งดซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำร้อนจัด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงมาก

2. ทากันแดดทุกวัน — ควรใช้ SPF 50+ และหลีกเลี่ยงแดดแรง เพื่อปกป้องผิวหลังทำ

3. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น — ใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือสกินแคร์อ่อนโยน ลดผิวแห้งตึง

4. งดการรบกวนผิว — หลีกเลี่ยงการขัดผิว นวดหน้า สครับแรง ๆ หรือหัตถการรุนแรง 5-7 วัน

5. ดื่มน้ำมาก พักผ่อนให้พอ — ช่วยให้ผิวฟื้นตัวดี และสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน

6. อาการเล็กน้อยที่พบได้ — อาจมีแดง ตึง หรือบวมเล็กน้อยช่วงแรก หากผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

คำแนะนำอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ครับ

หลังทำ Oligio กี่วันเห็นผลชัด ?

หลังทำ Oligio ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามการสร้างคอลลาเจนของผิว หมอสรุปไทม์ไลน์ให้ชัดเจนเลยนะครับ

1. ทันทีหลังทำ: อาจรู้สึกผิวตึงขึ้นเล็กน้อย และผิวดูเฟิร์มขึ้นได้ทันที

2. สัปดาห์ที่ 2-4: เริ่มเห็นความกระชับและความเรียบเนียนชัดขึ้น

3. เดือนที่ 1-3: ผลลัพธ์เด่นขึ้น เพราะคอลลาเจนค่อย ๆ ถูกกระตุ้นและสร้างเพิ่ม

4. อยู่ได้นานแค่ไหน? โดยทั่วไปผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล

ผิวยกกระชับ เฟิร์ม เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ปลอดภัยได้มาตรฐาน จำนวน Shot และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทำครับ

หลังทำ Oligio ผลลัพธ์อยู่ได้นานกี่เดือน ?

โดยทั่วไปผลลัพธ์หลังทำ Oligio อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ครับ

ผลลัพธ์โดยทั่วไป:

  • เริ่มเห็นผิวกระชับหลังทำ
  • ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 1-3 เดือน
  • โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน

ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง:

  • อายุและสภาพผิว
  • ระดับความหย่อนคล้อย
  • การใช้ชีวิตและการดูแลผิวหลังทำ
  • การประเมินและการรักษาโดยแพทย์

เพื่อคงผลลัพธ์ให้นานขึ้น:

  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ
  • เข้ามาติดตามผลตามคำแนะนำ

หมอแนะนำว่าเมื่อผลลัพธ์เริ่มลดลง ควรมาทำซ้ำอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่และรักษาผิวให้กระชับอยู่เสมอ การทำ Oligio อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์สะสมดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ระยะเวลาผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรประเมินกับแพทย์ก่อนทำ

รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Oligio ที่ Onewan Clinic บุรีรัมย์

ที่ Oligio บุรีรัมย์ Onewan Clinic หมอทำ Oligio ให้คนไข้หลายเคส และผลลัพธ์ที่ได้รับเป็นที่น่าพอใจมากครับ คนไข้ส่วนใหญ่เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก ผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น หน้าเรียวขึ้น

สิ่งที่คนไข้ชอบมากที่สุดคือ ไม่เจ็บมาก ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย แต่งหน้าได้ปกติ ไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1-3 เดือน และอยู่ได้นาน

หมอฟร้องดูแลคนไข้ทุกเคสด้วยตัวเอง ตั้งแต่การประเมินผิว วางแผนการรักษา ไปจนถึงการยิง Oligio และติดตามผลลัพธ์หลังทำ เพราะหมอเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ดีเริ่มจากความใส่ใจในทุกรายละเอียดครับ

Review 1 Oligio
Review 3 Oligio
Review 2 Oligio

ทำ Oligio ที่ Onewan Clinic

ทำ Oligio ที่ Onewan Clinic

Onewan Clinic (วันวาน คลินิก) คลินิกความงามที่บุรีรัมย์ ที่หมอฟร้องก่อตั้งขึ้นมาด้วยความตั้งใจอยากให้คนบุรีรัมย์ได้เข้าถึงเทคโนโลยีความงามระดับพรีเมียม ในราคาที่จับต้องได้ ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ที่ Onewan Clinic เราใช้เครื่อง Oligio ของแท้จาก Wontech ประเทศเกาหลีใต้ ทิปแท้ทุกครั้ง ไม่มีรีทิป ผ่านมาตรฐาน US FDA และ อย. ไทย

ทำไมต้องทำ Oligio บุรีรัมย์ ที่ Onewan Clinic?

  • เครื่อง Oligio ของแท้จาก Wontech ทิปแท้ทุกครั้ง
  • ดูแลโดย นพ.ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงาม
  • ประเมินผิวและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย เห็นผลจริง
  • ราคาสมเหตุสมผล มีโปรโมชันพิเศษเป็นประจำ
  • บริการอบอุ่น เป็นกันเอง ใส่ใจทุกรายละเอียด

คุณหมอ Oligio บุรีรัมย์

คุณหมอ Oligio บุรีรัมย์

นพ.ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง) — ผู้ก่อตั้งและแพทย์ประจำ Onewan Clinic วันวาน คลินิกความงามบุรีรัมย์

หมอฟร้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงาม มีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยียกกระชับผิวหลากหลาย รวมถึง Oligio โดยเฉพาะ หมอให้ความสำคัญกับการประเมินผิวอย่างละเอียดก่อนทำทุกครั้ง เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน

ที่ Oligio บุรีรัมย์ Onewan Clinic หมอฟร้องดูแลคนไข้ทุกเคสด้วยตัวเอง ตั้งแต่ประเมิน วางแผน ยิง จนถึงติดตามผล เพราะหมอเชื่อว่าความใส่ใจในทุกขั้นตอนคือหัวใจของผลลัพธ์ที่ดีครับ

รีวิว Oligio บุรีรัมย์ จากผู้ใช้บริการจริงที่ onewan

รวมประสบการณ์ตรงจากคนไข้ของเรา ตั้งแต่ความประทับใจวันปรึกษา เทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ ไปจนถึงผลลัพธ์หลังทำและการดูแลตัวเองจริง ๆ หลังฉีด แต่ละรีวิวจัดทำจากผู้ใช้บริการที่ให้ความยินยอม พร้อมภาพก่อน หลัง ทีมแพทย์ ONEWAN ดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ประเมิน ปรับแต่ง ไปจนถึงติดตามผล เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด.

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio บุรีรัมย์

A : โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย ใช้ชีวิตตามปกติ แต่งหน้าได้ในวันเดียวกันครับ

A : Oligio และ Thermage ต่างก็ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เหมือนกัน แต่ Oligio มีระบบ Cooling ที่ล้ำหน้ากว่า มีระบบตรวจจับอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ และมีระบบสั่นสะเทือนช่วยกระจายพลังงาน ทำให้สบายผิวกว่า ทิปมีราคาที่ถูกกว่า จึงทำให้ราคาโดยรวมถูกลง โดยให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันครับ

A : ไม่แนะนำให้ทำบ่อยจนเกินไปครับ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือนระหว่างแต่ละครั้ง เพื่อให้คอลลาเจนได้สร้างใหม่อย่างเต็มที่ การทำถี่เกินไปไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น และอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอครับ

สรุปเรื่อง Oligio บุรีรัมย์

Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่น Monopolar RF ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลจริงตั้งแต่ครั้งแรก ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง ริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน และยังช่วยลดไขมันใต้ผิวหนังได้อีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังมองหา Oligio บุรีรัมย์ หมอฟร้องพร้อมดูแลทุกคนที่ Onewan Clinic วันวาน คลินิกความงามบุรีรัมย์ ด้วยเครื่อง Oligio ของแท้จาก Wontech ทิปแท้ทุกครั้ง ดูแลโดยแพทย์โดยตรง ประเมินผิวก่อนทำทุกเคส เพราะหมอเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ดีเริ่มจากความเข้าใจปัญหาของคนไข้ครับ

อยากปรึกษาหรือจองคิว ทักมาได้เลยนะครับ หมอฟร้องยินดีตอบทุกคำถาม ไม่ว่าจะมาทำหรือแค่สอบถาม หมอยินดีเสมอครับ

เอกสารอ้างอิง

นพ. ภูเบศร์ นากดี ว.70911

ผู้เขียน นพ. ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง)

ผู้ก่อตั้ง Onewan Clinic บุรีรัมย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความงามด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ดูแลและดำเนินการด้านการรักษาความงามครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นฉีดเมโสหน้าใส ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ เลเซอร์ หรือการรักษาความงามอื่นๆ 

Scroll to Top