ขั้นตอนการรักษาสิว คลินิกความงามบุรีรัมย์

ขั้นตอนการรักษาสิว

สิวเป็นปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะวัยรุ่นหรือวัยทำงาน บางคนลองครีมทาเองมาหลายปีก็ยังไม่หาย บางคนบีบแล้วยิ่งเป็นรอยดำ รอยแดงทิ้งไว้นานเป็นเดือน ผมเข้าใจครับว่าความรู้สึกนั้นมันหนักแค่ไหน เพราะคนไข้มาหาผมด้วยปัญหาสิวทุกวัน

ที่ Onewan Clinic คลินิกความงามบุรีรัมย์ ผมและทีมงานได้ออกแบบ ขั้นตอนการรักษาสิว ให้ครอบคลุมและตรงจุดที่สุด โดยดูจากสภาพผิวของแต่ละคนเป็นหลัก ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน เพราะสิวแต่ละประเภทต้องการวิธีรักษาที่แตกต่างกันครับ บทความนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 6 ขั้นตอนการรักษาสิวที่เราใช้จริง พร้อมอธิบายว่าแต่ละขั้นตอนทำอะไร และเหมาะกับใครบ้างครับ

สารบัญ ขั้นตอนการรักษาสิว

ขั้นตอนการรักษาสิว Onewan Clinic คลินิกความงามบุรีรัมย์

ที่คลินิกวันวาน ผมไม่ได้รักษาสิวแบบ “จบในขั้นตอนเดียว” ครับ เพราะสิวมันซับซ้อนกว่านั้น เราจึงมี 6 ขั้นตอนการรักษาสิวที่ผสมผสานกันตามความเหมาะสมของผิวแต่ละคน ดังนี้


ขั้นตอนที่ 1: เลเซอร์สิว (Acne Laser)

เลเซอร์สิวเป็นหัวใจของการรักษาสิวอักเสบที่ได้ผลดีมากครับ เราใช้แสงเลเซอร์ความยาวคลื่นเฉพาะ เช่น Long Pulse Nd:YAG หรือ Diode Laser เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes ที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบโดยตรง ลดความมันบนผิวหน้า และลดการอักเสบในรูขุมขน

เลเซอร์สิวเหมาะกับใคร?

  • คนที่มีสิวอักเสบ สิวหัวช้าง สิวตุ่มแดง
  • คนที่ทายาแล้วไม่ค่อยได้ผลหรือสิวดื้อยา
  • คนที่อยากลดสิวโดยไม่ต้องพึ่งยาแอนติไบโอติกระยะยาว

ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาทีต่อครั้ง ไม่เจ็บมาก ผิวอาจแดงเล็กน้อยหลังทำและหายภายใน 1–2 ชั่วโมงครับ


ขั้นตอนที่ 2: กดสิวทั่วหน้า (Comedone Extraction)

กดสิวโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญนั้นแตกต่างจากการบีบเองที่บ้านอย่างสิ้นเชิงครับ เราใช้เครื่องมือปลอดเชื้อเพื่อเปิดรูขุมขนและดึงไขมันที่อุดตันออกอย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่ม และไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

กดสิวมักทำหลังจากพอกหน้าหรืออบไอน้ำเพื่อให้รูขุมขนเปิด ทำให้กดได้ง่ายและสะอาดกว่า ขั้นตอนนี้เหมาะกับคนที่มี สิวหัวดำ สิวหัวขาว หรือสิวอุดตัน เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าไม่เอาออกก็จะพัฒนาเป็นสิวอักเสบในภายหลังครับ


ขั้นตอนที่ 3: ฉีดสิว (Intralesional Corticosteroid Injection)

สำหรับสิวหัวช้าง สิวขนาดใหญ่ หรือสิวซีสต์ที่อักเสบรุนแรง ผมใช้วิธีฉีดยาสเตียรอยด์ชนิด Triamcinolone acetonide เข้าไปในตัวสิวโดยตรง ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาที่ได้รับการยืนยันในวารสารการแพทย์ระดับสากล

ฉีดสิวเห็นผลเร็วมากครับ ภายใน 24–48 ชั่วโมง สิวจะยุบลงอย่างชัดเจน ลดอาการเจ็บปวดและลดความเสี่ยงที่สิวจะทิ้งรอยแผลเป็นลึก เหมาะกับสิวที่ “รีบด่วน” เช่น ก่อนงานสำคัญ หรือสิวที่เป็นมานานแล้วไม่ยุบสักที


ขั้นตอนที่ 4: เลเซอร์ลดรอยสิว (Scar Reduction Laser)

เมื่อสิวหายแล้ว ปัญหาถัดมาที่คนไข้ถามผมบ่อยที่สุดคือ “รอยสิวจะหายไหมหมอ?” คำตอบคือหายได้ครับ แต่ต้องรักษาด้วยเลเซอร์ที่เหมาะสม

เราใช้ Fractional CO2 Laser หรือ Pico Laser ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ช่วยลดรอยหลุมสิว รอยแดง รอยดำ และปรับพื้นผิวให้เรียบเนียนขึ้น สามารถเห็นผลได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก และดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อเนื่องหลังทำ


ขั้นตอนที่ 5: มาส์กทั่วหน้า (Medical Grade Mask)

หลังจากรักษาสิวด้วยเลเซอร์หรือกดสิวแล้ว ผิวหน้าต้องการการฟื้นฟูครับ เราจึงใช้มาส์กเกรดการแพทย์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide, Centella Asiatica, Hyaluronic Acid เพื่อลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมกำแพงผิวให้แข็งแรง

มาส์กทางการแพทย์ต่างจากมาส์กทั่วไปที่ขายตามร้านตรงที่ส่วนผสมมีความเข้มข้นกว่าและผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยสำหรับผิวหลังทำหัตถการครับ


ขั้นตอนที่ 6: ยาสิว (Acne Medication)

ยาสิวเป็นส่วนสำคัญที่ผมให้ความสำคัญมากครับ เพราะการรักษาแบบ “ทำที่คลินิกอย่างเดียว” โดยไม่มียาประกอบมักไม่ได้ผลระยะยาว เราจ่ายยาตามชนิดและความรุนแรงของสิวแต่ละคน ได้แก่

  • ยาทาภายนอก เช่น Benzoyl Peroxide, Retinoid, Azelaic Acid
  • ยารับประทาน เช่น Antibiotics (Doxycycline, Tetracycline) หรือ Isotretinoin ในรายที่เป็นหนัก
  • อาหารเสริม เช่น Zinc, Vitamin B5 ที่ช่วยควบคุมความมัน

ยาทุกชนิดจะถูกเลือกและปรับขนาดโดยแพทย์ตามสภาพผิวและประวัติสุขภาพของแต่ละคนครับ ไม่มีการใช้ยาชุดหรือยาเหมาโหล

รักษาสิวกี่ครั้ง ถึงจะเห็นผล ?

คำถามนี้ผมได้ยินบ่อยมากครับ และคำตอบที่ซื่อตรงที่สุดคือ “แล้วแต่ความรุนแรงของสิวและการดูแลตัวเองหลังรักษา” แต่ผมจะให้ภาพรวมให้ดูครับ

สำหรับ สิวอักเสบระดับปานกลาง คนส่วนใหญ่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนหลังทำ 3–5 ครั้ง โดยนัดห่างกัน 2–4 สัปดาห์ต่อครั้ง สิวใหม่ขึ้นน้อยลง การอักเสบลดลง และรอยสิวค่อยๆ จางลง

สำหรับ สิวซีสต์หรือสิวรุนแรง อาจต้องการการรักษาต่อเนื่อง 6–12 ครั้งขึ้นไป และอาจต้องเพิ่มยา Isotretinoin ร่วมด้วยในบางราย

ที่ผมมักบอกคนไข้เสมอคือ “การรักษาสิวไม่ใช่การวิ่ง Sprint แต่เป็น Marathon” ครับ สม่ำเสมอและมีวินัยในการดูแลตัวเองสำคัญกว่าการมาทำครั้งเดียวแล้วหวังผลทันที

ดูแลผิวอย่างไร ไม่ให้สิวกลับมาขึ้นซ้ำ ?

สิวกลับมาซ้ำเป็นเรื่องที่หลายคนกังวล และความจริงคือถ้าไม่ดูแลให้ถูกวิธี สิวก็กลับมาได้แน่นอนครับ ผมแนะนำแนวทางดูแลผิวหลังรักษาดังนี้

1. ล้างหน้าให้ถูกวิธี — ล้างหน้า 2 ครั้งต่อวันด้วยโฟมอ่อนโยน pH สมดุล ไม่ขัดหน้าแรงเพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองและสร้างน้ำมันมากขึ้น

2. ใช้ครีมบำรุงที่เบาและไม่อุดตันรูขุมขน — มองหา Label ว่า “Non-comedogenic” หรือ “Oil-free” ครับ

3. กันแดดทุกวันโดยไม่มีข้อแม้ — UV กระตุ้นการอักเสบและทำให้รอยสิวคล้ำขึ้น ใช้ SPF 30+ ขึ้นไปทุกวัน แม้จะอยู่ในร่ม

4. หลีกเลี่ยงการบีบสิวเอง — ผมรู้ว่ามันอยากบีบมากครับ แต่ห้ามนะ เพราะมือเราพาเชื้อโรคไปที่ผิวและทำให้อักเสบลึกกว่าเดิม

5. ควบคุมอาหาร — งานวิจัยหลายชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างน้ำตาลสูง, นมวัว และการกระตุ้นสิว ลองลดดูแล้วสังเกตผิวตัวเองครับ

6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด — Cortisol (ฮอร์โมนความเครียด) กระตุ้น Sebaceous Gland ให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของสิวครับ

รีวิว Acne clear รักษาสิว จากผู้ใช้บริการจริงที่ onewan

รวมประสบการณ์ตรงจากคนไข้ของเรา ตั้งแต่ความประทับใจวันปรึกษา เทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ ไปจนถึงผลลัพธ์หลังทำและการดูแลตัวเองจริง ๆ หลัง Acne clear รักษาสิวบุรีรัมย์ แต่ละรีวิวจัดทำจากผู้ใช้บริการที่ให้ความยินยอม พร้อมภาพก่อน หลัง ทีมแพทย์ ONEWAN ดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ประเมิน ปรับแต่ง ไปจนถึงติดตามผล เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด.

รีวิวรักษาสิว 1
รีวิวรักษาสิว สูตรวันวาน 2

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรักษาสิวบุรีรัมย์

A : ความแตกต่างหลักอยู่ที่ การวินิจฉัยและการรักษาที่ตรงต้นเหตุ ครับ ครีมที่ซื้อเองตามร้านมักเป็นสูตรกว้างๆ ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับสิวประเภทของคุณโดยเฉพาะ บางคนใช้ครีมฆ่าแบคทีเรียทั้งที่สิวของตัวเองไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย แต่เกิดจากฮอร์โมนหรือการอุดตันของรูขุมขน ผลคือไม่หายและเสียเวลาและเงินไปเปล่าๆ

การรักษาที่คลินิกความงามบุรีรัมย์ อย่าง Onewan Clinic เริ่มจากการที่แพทย์ตรวจผิวและวินิจฉัยว่าสิวเกิดจากอะไร แล้วจึงออกแบบแผนรักษาที่เหมาะกับคุณคนเดียวครับ

A : เลเซอร์สิวที่คลินิกวันวาน ผมใช้โปรโตคอลที่เน้น Comfort สูงสุด ครับ มีการทาชาก่อนทำในรายที่ผิวแพ้ง่าย ส่วนใหญ่คนไข้บอกว่ารู้สึกแค่ร้อนเล็กน้อยหรือเหมือนยางดีดเบาๆ ไม่เจ็บแบบที่หลายคนกลัว

หลังทำผิวอาจแดงเล็กน้อย 1–2 ชั่วโมง แล้วกลับสู่ปกติ ไม่ต้องหยุดพักงาน สามารถใส่ครีมกันแดดและออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ ข้อควรระวังคืองดแสงแดดจัดและงดครีมที่มีกรดแรงๆ หลังทำ 3–5 วัน

A : รอยสิวและสิวเป็นคนละเรื่องกันครับ สิวหายได้เองหรือด้วยยา แต่รอยสิวโดยเฉพาะ รอยหลุม รอยแดง รอยดำ ต้องการการรักษาเพิ่มเติม

รอยแดงและรอยดำ สามารถจางลงได้ด้วยครีม Vitamin C, Niacinamide หรือ Kojic Acid ประกอบกับ Pico Laser ส่วนรอยหลุมสิวต้องรักษาด้วย Fractional CO2 Laser หรือ Subcision ขึ้นอยู่กับชนิดของรอย ซึ่งต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคนครับ ที่ Onewan Clinic เราดูแลทั้งสิวและรอยสิวแบบครบวงจรในที่เดียว

สรุปเรื่อง ขั้นตอนการรักษาสิว

ขั้นตอนการรักษาสิวบุรีรัมย์ ที่ Onewan Clinic คลินิกความงามบุรีรัมย์ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลักที่ผมออกแบบให้ครอบคลุมทุกมิติของปัญหาสิว ตั้งแต่ต้นเหตุภายในไปจนถึงรอยที่ทิ้งไว้บนผิว ได้แก่ เลเซอร์สิว, กดสิวทั่วหน้า, ฉีดสิว, เลเซอร์ลดรอย, มาส์กทั่วหน้า และยาสิว

สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนจำไว้คือ สิวรักษาได้ครับ แค่ต้องรักษาให้ถูกประเภทและถูกวิธี อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเป็นรอยลึก เพราะรอยหลุมสิวรักษายากกว่าสิวอักเสบหลายเท่า

ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังมีปัญหาสิวและอยู่แถวบุรีรัมย์หรือจังหวัดใกล้เคียง ยินดีต้อนรับมาปรึกษาได้เลยครับ ที่ Onewan Clinic วันวาน คลินิกความงามบุรีรัมย์ ผม นพ.ภูเบศร์ นากดี และทีมงาน ยินดีดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่ครับ

นพ. ภูเบศร์ นากดี ว.70911

ผู้เขียน นพ. ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง)

ผู้ก่อตั้ง Onewan Clinic บุรีรัมย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความงามด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ดูแลและดำเนินการด้านการรักษาความงามครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นฉีดเมโสหน้าใส ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ เลเซอร์ หรือการรักษาความงามอื่นๆ 

Scroll to Top