ประเภทของสิว มีกี่แบบ ?

ประเภทของสิว มีกี่แบบ

ถ้าจะถามว่าปัญหาผิวหน้าที่คนไทยมาพบผมบ่อยที่สุดคืออะไร คำตอบนั้นชัดเจนมากครับ สิว แทบทุกวัยตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ล้วนเคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับสิวกันมาแล้วทั้งนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตจากคนไข้ที่มาคลินิก คือหลายคนยังไม่รู้ว่าสิวที่ตัวเองเป็นอยู่นั้น มันชนิดไหนกันแน่

ซึ่งความไม่รู้ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้รักษาผิดวิธี บางคนซื้อยาสิบอย่างมาทา บางคนบีบสิวจนเป็นแผลเป็น และบางคนปล่อยทิ้งไว้จนสิวลุกลามกลายเป็นรอยดำฝังลึก

วันนี้ผมเลยอยากมาอธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า ประเภทของสิว มีกี่แบบ ? แต่ละแบบเกิดจากอะไร มีลักษณะอย่างไร และเราควรดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้นอย่างไรได้บ้าง รู้ก่อน รักษาถูกจุด ผิวดีกว่าแน่นอนครับ

สารบัญ ประเภทของสิว มีกี่แบบ ?

สิวไม่อักเสบ (Non-Inflammatory Acne) คืออะไร ?

ประเภทของสิว มีกี่แบบอันที่ 1.สิวไม่อักเสบ คือสิวระยะแรกที่ยังไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่แดง ไม่บวม ไม่เจ็บ เกิดจากรูขุมขนอุดตันด้วยไขมัน (Sebum) และเซลล์ผิวที่หลุดลอก จนเกิดเป็นก้อนเล็กๆ อยู่ในรูขุมขน สิวกลุ่มนี้มี 2 ชนิดหลักครับ

1. สิวหัวดำ (Blackhead / Open Comedone)

เกิดจากรูขุมขนอุดตันแบบเปิด ไขมันและเซลล์ผิวสะสมอยู่ด้านใน แต่ปากรูขุมขนเปิดออก เมื่อสัมผัสอากาศเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้หัวสิวเปลี่ยนเป็นสีดำหรือน้ำตาลเข้ม ไม่เจ็บ ไม่บวมแดง แต่ถ้าทิ้งไว้นานอาจนำไปสู่สิวอักเสบได้ครับ

2. สิวหัวขาว (Whitehead / Closed Comedone)

ต่างจากสิวหัวดำตรงที่ปากรูขุมขนปิดสนิท ไขมันสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง จึงเห็นเป็นตุ่มขาวเล็กๆ นูนขึ้นมา ผิวข้างบนยังปกติดี ไม่แดงไม่อักเสบ แต่หากสิวหัวขาวถูกบีบหรือแตก แบคทีเรียอาจเข้าสู่ชั้นผิวและกลายเป็นสิวอักเสบได้

สาเหตุหลักของสิวไม่อักเสบ

  • ต่อมไขมันผลิตซีบัม (Sebum) มากเกินไป
  • เซลล์ผิวหนังที่หลุดลอกไม่สมบูรณ์ สะสมอยู่ในรูขุมขน
  • การใช้ครีมหรือเครื่องสำอางที่อุดตันรูขุมขน (Comedogenic)
  • ฮอร์โมนแปรปรวน โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน หรือวัยรุ่น
  • การล้างหน้าไม่สะอาดพอ ทำให้สิ่งสกปรกค้างในรูขุมขน

สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) คืออะไร ?

ประเภทของสิว มีกี่แบบอันที่ 2.สิวอักเสบ คือสิวที่พัฒนาต่อจากสิวไม่อักเสบ เมื่อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C. acnes) เข้าไปเจริญเติบโตในรูขุมขนที่อุดตัน ร่างกายตอบสนองด้วยการส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้ จึงทำให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และเจ็บปวด สิวกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 4 ชนิดครับ

1. สิวตุ่มแดง (Papule)

สิวระยะเริ่มต้นของการอักเสบ เห็นเป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก นูนขึ้นมาบนผิว แข็ง ไม่มีหัวหนอง กดแล้วเจ็บ ยังไม่รุนแรงมาก แต่ห้ามบีบหรือแคะเด็ดขาดครับ เพราะจะทำให้อักเสบลึกขึ้น

2. สิวตุ่มหนอง (Pustule)

สิวชนิดที่คนส่วนใหญ่รู้จักดี มีหัวหนองสีขาวหรือสีเหลืองชัดเจน ฐานแดง บวม เจ็บ เกิดจากเม็ดเลือดขาวที่ออกมาต่อสู้แบคทีเรียสะสมกลายเป็นหนอง ถ้าหนองสุกและแตกออกเองอาจหายได้ แต่ถ้าบีบผิดวิธีจะเพิ่มความเสี่ยงเกิดรอยแผลเป็นครับ

3. สิวก้อน (Nodule)

สิวที่มีการอักเสบลึกลงไปชั้นหนังแท้ เป็นก้อนแข็งขนาดใหญ่ ไม่มีหัวหนอง กดเจ็บมาก มองเห็นชัดเจนว่านูนสูง สิวชนิดนี้ต้องการการรักษาจากแพทย์ครับ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้มักทิ้งรอยแผลเป็นถาวรไว้บนผิวหน้า

4. สิวถุงน้ำ (Cyst)

สิวรุนแรงที่สุดในกลุ่มสิวอักเสบ เป็นถุงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนองลึกใต้ผิวหนัง นุ่ม กดเจ็บมาก มักปวดตุบๆ มีขนาดใหญ่กว่า 5 มม. ขึ้นไป สิวซีสต์ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เท่านั้น และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดรอยแผลเป็น (Acne Scar) และหลุมสิวถาวรครับ

สาเหตุหลักของสิวอักเสบ

  • การแพร่กระจายของแบคทีเรีย C. acnes ในรูขุมขนที่อุดตัน
  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ช่วงมีประจำเดือน หรือความเครียดสะสม
  • อาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น น้ำตาลสูง นม ของมัน
  • การสัมผัสหน้าบ่อยๆ หรือการใช้สิ่งของที่ไม่สะอาด
  • การบีบสิวไม่อักเสบ ทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายจนกลายเป็นอักเสบ

วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง เบื้องต้นที่ได้ผลจริง

วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่สิวยังไม่รุนแรงมาก มีวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ทำได้ที่บ้านครับ ผมสรุปให้ง่ายๆ เป็น 3 ข้อที่ถ้าทำได้ครบ รับรองว่าผิวดีขึ้นแน่นอน

1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิวให้ตรงจุด

ไม่ใช่ซื้อมาทาทุกอย่างที่เห็นในโฆษณานะครับ ให้เลือกให้ตรงกับชนิดสิวของตัวเอง เช่น ยาแต้มสิวเฉพาะจุดที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid สำหรับสิวอักเสบ หรือยาทาสิวที่มี Retinol สำหรับสิวอุดตัน ใช้ให้ถูกชนิด ถูกเวลา ผลลัพธ์จะชัดเจนกว่ามากครับ

2. ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ ไม่ควรข้าม

หลายคนเข้าใจผิดว่าผิวมันไม่ต้องทามอยเจอไรเซอร์ ซึ่งผิดมากครับ เพราะถ้าผิวขาดความชุ่มชื้น ต่อมไขมันจะยิ่งผลิตซีบัมมากขึ้นเพื่อชดเชย และนั่นคือต้นเหตุของสิวอุดตัน ให้เลือกครีมบำรุงสูตรอ่อนโยน เนื้อบางเบา และที่สำคัญต้องเป็น Non-comedogenic คือไม่อุดตันรูขุมขนนะครับ

3. ปรับพฤติกรรมชีวิต เพราะสิวสะท้อนการใช้ชีวิตของเรา

ข้อนี้คนมักมองข้ามครับ แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก ทำได้ง่ายๆ 3 อย่างคือ กินดี ลดอาหารน้ำตาลสูง ของทอด ของมัน เพิ่มผักผลไม้ที่มีสารต้านอักเสบ / ดื่มน้ำเยอะ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ช่วยให้ร่างกายขับของเสียได้ดีขึ้น / และนอนให้พอ ช่วงที่เราหลับลึก ร่างกายจะซ่อมแซมเซลล์ผิว ถ้านอนน้อยหรือนอนดึก ฮอร์โมนความเครียดจะกระตุ้นให้สิวขึ้นมากขึ้นครับ

รีวิว Acne clear รักษาสิว จากผู้ใช้บริการจริงที่ onewan

รวมประสบการณ์ตรงจากคนไข้ของเรา ตั้งแต่ความประทับใจวันปรึกษา เทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ ไปจนถึงผลลัพธ์หลังทำและการดูแลตัวเองจริง ๆ หลัง Acne clear รักษาสิวบุรีรัมย์ แต่ละรีวิวจัดทำจากผู้ใช้บริการที่ให้ความยินยอม พร้อมภาพก่อน หลัง ทีมแพทย์ ONEWAN ดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ประเมิน ปรับแต่ง ไปจนถึงติดตามผล เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด.

รีวิวรักษาสิว 1
รีวิวรักษาสิว สูตรวันวาน 2

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรักษาสิวบุรีรัมย์

A : ตอบตรงๆ เลยครับว่า ไม่แนะนำ โดยเฉพาะถ้าบีบด้วยมือเปล่า วิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยกว่าคือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid หรือ BHA เพื่อละลายไขมันที่อุดตัน และใช้ผ้าหน้ากากดูดซับรูขุมขน (Pore Strip) ในบางกรณี ถ้าต้องการล้างรูขุมขนจริงๆ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทำที่คลินิกครับ เพราะเราสามารถทำได้อย่างถูกหลัก ไม่ระคายเคืองและไม่ทิ้งรอยไว้

A : สิวอักเสบรุนแรง อย่างสิวก้อน (Nodule) หรือสิวซีสต์ (Cyst) แพทย์มีทางเลือกในการรักษาหลายวิธีครับ เช่น การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าไปในก้อนสิวโดยตรงเพื่อลดการอักเสบ การจ่ายยา Isotretinoin สำหรับเคสที่รุนแรงมาก รวมถึงการรักษาด้วยแสง LED หรือเลเซอร์ที่คลินิก ที่วันวาน คลินิกความงามบุรีรัมย์ เรามีบริการ Acne Clear ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการสิวอักเสบโดยเฉพาะครับ ยิ่งรีบมาเร็ว โอกาสเกิดรอยก็น้อยลงเท่านั้น

A : เป็นคำถามที่คนถามบ่อยมากครับ คำตอบคือ “อาหารมีผล แต่ไม่ใช่ตัวการหลัก” งานวิจัยในวารสาร Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics พบว่าอาหารที่มีค่า Glycemic Index สูง เช่น น้ำตาล ขนมหวาน อาหารแปรรูป กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น นมวัวก็มีส่วนเชื่อมโยงกับการเกิดสิวในบางคน แต่ตัวแปรหลักที่ทำให้เกิดสิวยังคงเป็นพันธุกรรม ฮอร์โมน และแบคทีเรีย ดังนั้นการควบคุมอาหารช่วยได้บ้างครับ แต่ไม่ใช่คำตอบเดียว

สรุปเรื่อง ประเภทของสิว มีกี่แบบ ?

สรุปง่ายๆ ครับ ประเภทของสิว มีกี่แบบ ? คำตอบคือมี 2 กลุ่มหลัก คือ สิวไม่อักเสบ (สิวหัวดำ, สิวหัวขาว) และ สิวอักเสบ (สิวตุ่มแดง, สิวตุ่มหนอง, สิวก้อน, สิวซีสต์) แต่ละชนิดมีสาเหตุและความรุนแรงต่างกัน การรู้จักสิวของตัวเองก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากครับ

สำหรับสิวเล็กน้อย ดูแลได้ด้วยสกินแคร์ที่เหมาะสม แต่ถ้าสิวลุกลาม อักเสบรุนแรง หรือทิ้งรอยไว้ ผมแนะนำให้มาพบแพทย์ที่คลินิกครับ เพราะการรักษาตรงจุดคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ผิวฟื้นคืนกลับมาสวยได้โดยไม่ทิ้งรอยไว้

ที่วันวาน คลินิกความงามบุรีรัมย์ เรามีบริการรักษาสิวแบบครบวงจร ทั้งการวินิจฉัยชนิดสิว วางแผนการรักษา และดูแลต่อเนื่องหลังการรักษา หากมีข้อสงสัยหรืออยากปรึกษาเรื่องสิว ทักมาหาผมได้เลยนะครับ ยินดีเสมอครับ

นพ. ภูเบศร์ นากดี ว.70911

ผู้เขียน นพ. ภูเบศร์ นากดี (หมอฟร้อง)

ผู้ก่อตั้ง Onewan Clinic บุรีรัมย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความงามด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ดูแลและดำเนินการด้านการรักษาความงามครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นฉีดเมโสหน้าใส ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ เลเซอร์ หรือการรักษาความงามอื่นๆ 

Scroll to Top